ไม่พบผลการค้นหา
'บุณยกร' เพื่อไทย ถอดบทเรียน City Run ดันนโยบาย Universal Design สร้างมาตรฐานกลาง ยกระดับทางเท้าเพื่อคนทุกวัย ชูโมเดลโตเกียวสู่กรุงเทพฯ

บุณยกร ดำรงรัตน์ อดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (29 มีนาคม 2569) ว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ติ๊บมีโอกาสร่วมกิจกรรม City Run ในย่านประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ นำทีมโดยพี่ฟิล์มและป๊อปปี้ ติ๊บได้ชวนพี่อาร์ตและพี่ท็อปมาร่วมล้อมวงสนทนาแลกเปลี่ยนมุมมองกัน ณ สวนรมณีนาถ เพื่อสะท้อนภาพการใช้ชีวิตในเมืองผ่านเลนส์ของ Universal Design (UD) หรือการออกแบบที่เป็นสากลค่ะ

จากการวิ่งสำรวจเส้นทาง ติ๊บขอสรุปประเด็นสำคัญที่น่าสนใจออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้:

1. มองเมืองผ่านอุปสรรค: "ถ้าเราต้องลากกระเป๋าใบใหญ่ในย่านนี้ล่ะ?"

ย่านเสาชิงช้าถึงท่าเตียนคือหัวใจของการท่องเที่ยว แต่จากการลงพื้นที่จริง เราพบโจทย์ใหญ่เรื่องความสะดวกในการเคลื่อนที่ (Mobility):

• โครงสร้างกายภาพกับบริบทที่เปลี่ยนไป: ฟุตบาทที่แคบและสูงชัน หรือทางลาดที่อยู่ไกลเกินระยะเดินจริง ทำให้เรานึกภาพว่า หากนักท่องเที่ยวต้องลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ หรือคุณแม่ที่เข็นรถเข็นเด็กมาเที่ยวย่านนี้ เขาจะลำบากแค่ไหน?

>เมืองเก่าถูกสร้างมาในยุคที่เน้นให้รถเข้าถึงหน้าตึกแถวได้ง่าย (คล้ายวิถีชีวิตในต่างจังหวัด) แต่เมื่อวันนี้ย่านนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก พื้นที่เดิมจึงเริ่มไม่ตอบโจทย์การเดินเท้าที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ดี เรายังเห็นความพยายามในการทำ "เส้นทางปลอดภัย" ในจุดที่เดิมอาจไม่ได้ออกแบบมาให้มีทางเท้าชัดเจนค่ะ

• พฤติกรรมและการจัดการพื้นที่ด้วยความเข้าใจ: เราพบการวางของล้ำทางเดินหรือหาบเร่แผงลอยในจุดสัญจร รวมถึงปัญหาความสะอาดที่กระทบสุขอนามัย แต่จุดที่น่าสนใจคือ เราต้องแก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ (Empathy) พี่ท็อปกล่าวว่าหลายท่านเป็นผู้สูงอายุที่อยู่กับวิถีชีวิตแบบนี้มานาน การจะให้เขาปรับเปลี่ยน ต้องมีแนวทางที่ช่วยรองรับอาชีพและวิถีชีวิตเดิมของเขาไปพร้อมๆ กันด้วย

2. กฎหมาย UD: กุญแจสู่มาตรฐานเดียว

ปัจจุบันเรามีกฎหมายที่ดูแลเรื่องการเข้าถึงอยู่แล้ว (เช่น พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร หรือ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฯ มาตรา 20) แต่ปัญหาคือ "ใครคือเจ้าภาพหลัก?" หากทางเท้าชำรุด ประชาชนมักต้องใช้เวลาสืบค้นว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบ (กทม., กรมทางหลวงชนบท หรือหน่วยงานอื่นๆ) พ.ร.บ. Universal Design จึงถูกผลักดันขึ้นเพื่อสร้าง "มาตรฐานกลาง" ให้ทุกหน่วยงานทำงานสอดประสานกัน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงพื้นที่สาธารณะได้อย่างเท่าเทียม ไม่ต้องหลงทางในระบบราชการอีกต่อไป

3. ความท้าทายและทางออก: ทำไมเมืองไทยถึงทำยาก?

เราได้ร่วมกันวิเคราะห์เหตุผลเชิงลึกว่าทำไม UD ในไทยถึงยังไปไม่ถึงฝัน:

• การทำงานที่ซ้ำซ้อน: พี่อาร์ตชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานมักทำงานแยกส่วนกัน ทำให้ขาดภาพรวมที่ไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity)

• งบประมาณและการลงทุน: ป๊อปปี้เปรียบเทียบกับกรุงโตเกียวที่มีงบประมาณมหาศาลในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน

• รายได้ท้องถิ่น: พี่ท็อปเสนอว่า อปท. (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) ควรมีโมเดลการหารายได้ที่ยั่งยืน เพื่อนำเงินกลับมาลงทุนใน Universal Design ให้เกิดขึ้นจริงในชุมชน

การออกแบบสากล (Universal Design) ไม่ได้จบลงแค่เรื่องการสร้างทางลาด แต่มันคือการเชื่อมโยง "สังคมและจิตใจ" เข้าด้วยกัน ลองจินตนาการดูนะคะ ถ้าเราสามารถลากกระเป๋าเดินทางในย่านท่าเตียนได้ลื่นไหลเหมือนเดินในญี่ปุ่น เมืองของเราจะต้อนรับผู้คนได้หลากหลายและน่าอยู่ขึ้นเพียงใด

เพราะ UD คือการออกแบบเพื่อ "เราทุกคนในทุกช่วงวัย" อย่างแท้จริงค่ะ