จั๋ง พงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียแฟนเพจเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ว่า
น้ำลด... แต่ “ภาระ” ยังไม่ลด ช่วงเวลาที่บีบหัวใจที่สุด ไม่ใช่ตอนน้ำท่วม… แต่คือตอนที่น้ำแห้ง แล้วเปิดประตูบ้านเข้าไปเห็นซากความเสียหาย วินาทีนั้นแหละครับ ที่คนจำนวนมาก “หมดแรงใจ” เพราะหลายครอบครัว แทบสิ้นเนื้อประดาตัว และนั่นคือความจริงที่หนักที่สุดครับ
ต่อเนื่องจากโพสต์ก่อนหน้า วันนี้ผมอยาก “ส่งต่อข้อคิด” ถึงรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อช่วยกันประคองพี่น้องชาวใต้ ให้ลุกขึ้นยืนใหม่ได้เร็วที่สุด ด้วยการอุดช่องโหว่และแก้ปมปัญหาหน้างาน ให้การบริหารจัดการวิกฤตมีประสิทธิภาพสูงสุด... เพื่อให้มั่นใจครับว่า ทุกความช่วยเหลือจะไปถึงมือผู้ประสบภัยอย่าง 'ทั่วถึง' และ 'ทันท่วงที’
นี่คือ 6 เรื่องสำคัญที่ต้อง “คิด” และ “ทำ” ทันที ครับ:
1) จัดทัพแก้หนี้–เคลมประกัน แบบ “จุดเดียวจบ”
นี่คือเรื่อง ด่วนที่สุด เพราะความกังวลอันดับหนึ่งของชาวบ้านตอนนี้คือ รถพัง–บ้านพัง–หนี้สินพังตาม รัฐบาลต้องเรียกประชุมด่วน คปภ., สคบ., สมาคมธนาคาร, ลีสซิ่ง, ผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อออกแนวปฏิบัติที่ ชัดเจน–รวดเร็ว–ยืดหยุ่น–เป็นธรรม-เปิดศูนย์ One-Stop Service หน้างาน ให้ประชาชน “จบทุกเรื่องในจุดเดียว” ไม่ต้องวิ่งเอกสารวนไปมาในวันที่เขาแทบไม่เหลือแรงแล้ว
2) เป็น “หลังพิง” ให้ท้องถิ่นกล้าทำงาน
ปัญหาใหญ่คือคำว่า “ติดระเบียบ” ครม. ต้องออกมติให้กรมบัญชีกลาง “ผ่อนผันกฎจัดซื้อจัดจ้างช่วงภัยพิบัติ” เพื่อให้ท้องถิ่น กล้าใช้งบสะสม–ขนขยะ–ซ่อมถนน–ฟื้นฟูเมือง โดยไม่ต้องกลัวผิดวินัยการเงินในอนาคต ให้คนทำงานมั่นใจว่า “ช่วยประชาชนวันนี้… จะไม่กลายเป็นความผิดพรุ่งนี้”
3) รุกฆาตโรคระบาด หลังน้ำลด
ฉี่หนู / บาดทะยัก / น้ำกัดเท้า / บาดแผลติดเชื้อ คือ ภัยระลอกสอง
กระทรวงสาธารณสุขต้องทำงานเชิงรุกทันที:
-ทีมแพทย์ลุยโคลนเข้าไปถึงชุมชน
-แจกยา–ทำแผล–ให้วัคซีน
-เฝ้าระวังโรคสูงสุด
“ป้องกันก่อน” ดีกว่าตามรักษาทีหลังครับ
4) ซ่อม ‘ใจ’ สำคัญเท่าซ่อม ‘บ้าน’
คนสูญเสีย คนเครียด เด็กหวาดผวา ผู้สูงอายุอยู่ลำพัง นี่คือ “บาดแผลทางใจ” ที่มองไม่เห็น แต่รุนแรงมาก ทีมแพทย์–นักจิตวิทยา ต้องเดินเข้าหาคน ไม่ใช่รอให้เขามาหาเรา เพราะหลายคน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังเจ็บปวด
5) สื่อสารให้ ‘ง่ายที่สุด’
เวลาคนกำลังทุกข์ เขาอ่านระเบียบราชการไม่ได้หรอกครับ รัฐบาลต้องสรุปให้ชัดเจนด้วยภาษาชาวบ้านว่า:
-ได้เยียวยาเท่าไหร่
-ใช้เอกสารอะไร
-ยื่นที่ไหน
-ต้องทำอย่างไรบ้าง
“สิทธิของประชาชน ต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจได้จริง”
6) คืนชีวิตปกติด้วย “เรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็ก”
ผมเคยย้ำเรื่อง รถซักผ้าเคลื่อนที่ เพราะเสื้อผ้าสะอาด คือความสบายกายพื้นฐานของมนุษย์หลังผ่านวิกฤต ขอให้รัฐ–เอกชน ร่วมกันจัดทีมบริการซัก–อบ–แห้งฟรี เพื่อคืนความปกติให้ผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด ท้ายที่สุด… แม้หาดใหญ่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีหลายจังหวัดในภาคใต้ที่สถานการณ์ยังกดดันและน่าเป็นห่วง รัฐบาลต้องกระจายการช่วยเหลือให้ทั่วถึง อย่าให้ใครรู้สึกว่าถูกลืม หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง วิกฤตภัยพิบัติ คือบทพิสูจน์การบริหารประเทศ ถ้าเราจัดการด้วย “ความเข้าใจ” และ “ความใส่ใจ” เราจะช่วยประคองหัวใจพี่น้องให้ลุกขึ้นยืนได้เร็วขึ้นแน่นอนครับ
ผมขอส่งกำลังใจให้ทุกคนครับ