'รวี เล็กอุทัย' สส.อุตรดิตถ์ เขต 3 พรรคเพื่อไทย เผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ว่า ภารกิจงานสภาสัปดาห์นี้ นอกจากวาระโหวตนายกฯแล้ว ผมได้ยื่นกระทู้ต่อสภา 2 เรื่อง เพื่อสอบถามรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาของจังหวัดอุตรดิตถ์ครับ
1) แนวทางการจัดการทรัพยากรที่ดิน “ป่าไม้ถาวร” ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีพอยู่ร่วมกับป่าไม้ได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน โดยเฉพาะการออกเอกสารสิทธิทำกิน ใบรับรองผลผลิตทางการเกษตร และการจัดทำบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานแก่พี่น้องประชาชน
2) แนวทางการดูแลประชากรผู้สูงอายุและการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจผ่านกลไกทางสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและมั่นคงให้แก่ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้พิการในระยะยาว
ส่วนในการประชุมครั้งต่อไป หากมีโอกาส ผมตั้งใจจะหารือหรืออภิปรายในประเด็นความเดือดร้อนเร่งด่วนของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องของการขาดแคลนน้ำมัน ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และต้นทุนสินค้าต่างๆที่สูงขึ้น ซึ่งกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของบ้านเราครับ
ทั้งนี้ 'รวี เล็กอุทัย' สส.อุตรดิตถ์ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ได้อธิบายเพิ่มว่า
รัฐสภามีกลไกให้ สส. สามารถใช้ช่องทางได้หลายรูปแบบในการนำเสนอปัญหาของพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขได้
"การยื่นกระทู้" เป็นช่องทางหนึ่งในการนำเสนอประเด็นปัญหาของพื้นที่ เพื่อให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้นๆมาตอบ จะได้เกิดการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมต่อไป แต่ช่องทางนี้อาจใช้เวลานาน เพราะต้องรอให้กระทู้ของเราวนรอบมาถึงก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ากระทู้ของเราจะได้ลำดับที่เท่าไหร่ (ต้องจับสลาก)
"กระทู้" จึงเหมาะแก่การนำเสนอปัญหาที่อาจต้องใช้เวลาในการแก้ไข และยิงตรงไปยังเจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม
ส่วนกลไกของรัฐสภาอีกรูปแบบที่เร็วกว่านั่นคือ "การปรึกษาหารือ" และ "การอภิปรายญัตติด่วน" ซึ่ง สส. จะสามารถอภิปรายปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและเป็นความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชน เพื่อเสนอต่อรัฐบาลได้รวดเร็วกว่า
เช่น เรื่องปัญหาของน้ำมัน และราคาข้าวตกต่ำ ที่เป็นปัญหาใหญ่และจำเป็นต้องมีการหาแนวทางแก้ไขอย่าง "เร่งด่วน" ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เราทุกคนเข้าใจตรงกันดี ดังนั้นผมจึงพิมพ์บอกตอนท้ายไว้ว่าจะอภิปรายเรื่องนี้ในสภาทันทีเมื่อมีโอกาส
สรุปนะครับ ทุกปัญหาของพี่น้องประชาชนมีความสำคัญทั้งสิ้น ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผมเช่นกันที่จะต้องใช้ทุกช่องทางที่มีอยู่ เพื่อให้ทุกปัญหาสามารถไปถึงผู้มีอำนาจและเกิดการแก้ไขต่อไปได้
เราสามารถแก้ปัญหาหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ครับ ไม่จำเป็นต้องเอาเฉพาะเรื่องๆ เดียว ไม่งั้นระบบราชการจะกระจายอำนาจแยกกระทรวง แบ่งความรับผิดชอบไปทำไม ถูกมั้ยครับ
ทางมีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 'รวี เล็กอุทัย' ได้ร่วมสังเกตการณ์การเก็บรวบรวมข้อมูลรอบตกหล่น ของประชาชนผู้ได้รับสิทธิการขออนุญาตใช้พื้นที่ทำกินในเขตป่าไม้ถาวร ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้จาก สจป.3 ลำปาง
โดยกลุ่มแรกนี้จะเริ่มต้นจากประชาชนตำบลแม่พูลที่อยู่ในพื้นที่ ม.4 ม.7 ม.10 และ ม.11 จำนวนประมาณ 3,000 ไร่
นอกจากนั้นยังได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเขตป่าไม้ถาวรในภาพรวมของอำเภอลับแล
โดยเฉพาะปัญหาด้านงบประมาณการออกสำรวจและกำหนดแนวเขตพื้นที่ของราษฎรในปีนี้ ซึ่งได้รับการจัดสรรมาค่อนข้างน้อย ส่งผลให้มีประชาชนที่ยังไม่ได้รับสิทธิอยู่อีกเป็นจำนวนมากทั้งของตำบลแม่พูลและตำบลนานกกก
อย่างไรก็ดี ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของบ้านเราในการได้รับสิทธิการขออนุญาตใช้พื้นที่ทำกินในเขตป่าไม้ถาวร หลังจากที่พวกเราสามารถปลดล็อคการขออนุญาตใช้พื้นที่ทำกินของเขตป่าสงวนในรูปแบบ “คทช” ไปได้แล้วก่อนหน้านี้
ผมเชื่อครับว่าหากเราช่วยกันผลักดันอย่างต่อเนื่อง ปัญหาในเรื่องนี้ที่พ่อแม่พี่น้องคนลับแลต้องต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน จะต้องลุล่วงและประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน