ไม่พบผลการค้นหา
'ณัฐธิดา เทพสุทิน' สส.เพื่อไทย ชู From Grey to Green เปลี่ยนการจัดการน้ำ จาก 'คุมน้ำ' เป็น 'อยู่กับน้ำ' อย่างยั่งยืน รับมือน้ำได้ จัดสรรน้ำเป็น เพื่ออนาคตของการจัดการน้ำไทย

ณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ว่า "เพิ่มสิ่งปลูกสร้างคอนกรีต" แต่ทำไมน้ำยังท่วมไม่หาย?

From Grey to Green เปลี่ยนผ่านการจัดการน้ำแบบ 'เน้นสิ่งปลูกสร้างคอนกรีต' สู่การอยู่ร่วมกับน้ำอย่างยั่งยืน

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา วิธีจัดการน้ำแบบ "โครงสร้างพื้นฐานสีเทา" หรือ Grey Infrastructure คือคำตอบเดียวของนักวางแผนจัดการน้ำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเขื่อน คันกั้นน้ำ ท่อระบาย หรือสถานีสูบน้ำ ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อ "ควบคุม" น้ำ ให้ไปอยู่ที่ที่เราต้องการ

แต่ยิ่งควบคุม น้ำยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ

เหตุผลเป็นเพราะ การสร้างคันกั้นน้ำไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่เป็นการเปลี่ยนทิศทางน้ำให้ไหลไปพื้นที่อื่น ยิ่งปัจจุบันฝนตกหนักขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาพดินที่อุ้มน้ำได้น้อยลง ทำให้น้ำไหลลงไปรวมในแม่น้ำ คันคอนกรีตจะทำให้น้ำไหลแรงขึ้น จนทำให้คันกั้นน้ำพังในท้ายที่สุด

Green Infrastructure คือทางออกที่โลกเริ่มหันมามอง

"โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว" หรือ GI คือการใช้ระบบนิเวศทำงานแทนคอนกรีต ป่าต้นน้ำดูดซับน้ำฝน พื้นที่ชุ่มน้ำกักน้ำไว้ในฤดูแล้ง โกงกางชายฝั่งทำหน้าที่แทนกำแพงกันคลื่น สวนบนหลังคากรองน้ำฝนในเมือง พื้นที่ปลูกต้นไม้ใหญ่กลางเมือง หรือการจัดการน้ำฝนในครัวเรือนด้วยการเติมน้ำลงดิน ตามนโยบาย “Climate Adaptation” ล้วนเป็นแนวทางการจัดการแบบ GI ทั้งสิ้น ข้อมูลจาก UNEP ระบุชัดว่า ทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวสามารถประหยัดต้นทุนจากโครงสร้างพื้นฐานสีเทาได้หลายเท่า กรณี New York City ที่ลงทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์ปกป้องป่าต้นน้ำในลุ่มน้ำ Catskill-Delaware สามารถ "หลีกเลี่ยง" ค่าก่อสร้างโรงกรองน้ำที่แพงถึงหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ได้เลย

พอเห็นตัวเลขเหล่านี้ ก็ทำให้ทรายอดนึกถึงพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำยมที่ต้องเผชิญน้ำท่วมซ้ำทุกปีไม่ได้

บ้านเราไม่ได้ขาดน้ำ บ้านเราขาดระบบที่ทำให้คน "อยู่กับน้ำได้" น้ำที่ควรจะเป็นตัวสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กลายเป็นภัยพิบัติ เพียงเพราะเราไม่ได้ให้พื้นที่กับมันอย่างเหมาะสม

เนเธอร์แลนด์เคยเจอวิกฤตแบบเดียวกัน แต่เขาเลือกเส้นทาง "Room for the River" สร้างพื้นที่ให้น้ำอยู่ เช่น การสร้าง Polder ซึ่งเป็นแอ่งรับน้ำหลังคันกั้น เพื่อผันน้ำออกจากแม่น้ำ เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำลดลง น้ำก็จะท่วมน้อยลง ระบบนิเวศฟื้นตัว และชาวบ้านมีน้ำสำหรับทำเกษตรมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของในหลวง ร.9 เรื่องการหาพื้นที่แก้มลิงหรือพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำที่ท่านมอบแนวทางไว้ให้เรา นี่คือตัวอย่างของการอยู่ร่วมกับน้ำอย่างยั่งยืน​​​​​​​​​​​​​​​​

เราทำได้เหมือนกันค่ะ

ทรายเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะเริ่มคิดแผนจัดการน้ำแบบบูรณาการ ทั้ง Grey และ Green ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ต้องรู้จังหวะว่าแบบไหนเหมาะในการบริหารจัดการ เพราะการจัดการน้ำที่ดีจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่หากจัดการไม่ได้น้ำก็จะกลายเป็นโทษ เราจำเป็นที่จะต้องปรับหาระบบที่ยืดหยุ่นพอเพื่อ “อยู่กับน้ำ” อย่างยั่งยืน รับมือน้ำได้ จัดสรรน้ำเป็น เพื่ออนาคตของการจัดการน้ำไทยค่ะ