วันนี้ 1 ธันวาคม 2568 นายภูผา นพวิชญ์ ไทยแท้ ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. กทม. เขต 12 (สายไหม-ออเงิน-ท่าแร้ง-จรเข้บัว) พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลมีเดียแฟนเพจเฟซบุ๊ก ภูผา นพวิชญ์ ไทยแท้ - Nopavich Thaithae - กทม. เขต 12 ถึงสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ โดระบุว่า
ต่อเนื่องจากโพสต์ที่แล้ว ที่ผมได้พูดถึงการเร่งเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัย และจากการลงพื้นที่พูดคุยกับพี่น้องที่ประสบปัญหาน้ำท่วมภาคใต้เมื่อวานนี้ ผมเชื่อว่า 'สุขภาพใจ' แยกไม่ออกจาก 'ความมั่นคงในชีวิต' การเยียวยาจึงไม่ใช่แค่การส่งทีมจิตแพทย์ลงพื้นที่ แต่รวมถึงมาตรการทางเศรษฐกิจ ทั้งเงินเยียวยา การพักหนี้ และสินเชื่อฟื้นฟูอาชีพอีกด้วย
แม้เราจะเห็นความเคลื่อนไหวของรัฐบาลบ้างแล้ว แต่ยังมี 2 โจทย์ใหญ่ ที่ต้องเร่งติดตามต่อ
(1) การเยียวยา 'รวดเร็ว' ทันต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหรือยัง ?
แม้รัฐบาลจะประกาศให้ลงทะเบียนออนไลน์เพื่อลดขั้นตอน แต่ในทางปฏิบัติ 'คำสั่งไปถึงแต่-ไม่ชัดเจน’ ครับ ชาวบ้านยังคงต้องไปต่อคิวเพื่อถ่ายสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน เพราะเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องทำงานอย่างหนักด้วยใจที่อยากช่วยประชาชนและติดล็อก 'ระเบียบ ปภ. ปี 2550' ที่บังคับให้เก็บเอกสารกระดาษไว้รอ สตง. ตรวจสอบ ซึ่งเราสามารถเอาข้อมูลในแอพลิเคชัน ThaID มายืนยันตัวตนเพื่อความรวดเร็วได้
ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่า พี่น้องที่เพิ่งผ่านวิกฤตน้ำท่วมมาอย่างหนักหนาสาหัส เขาต้องใช้ 'พลังใจ' มากแค่ไหน ที่ต้องไปยืนต่อแถวยาวเหยียด เพื่อเสียเงินถ่ายเอกสารแผ่นละ 10 บาท...ทั้งที่รัฐมีข้อมูลทุกอย่างอยู่ในมือแล้ว
(2) เม็ดเงินที่ออกมา 'เพียงพอ' ต่อความเสียหายจริงหรือไม่ ?
รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาท ให้กับ 2.6 หมื่นครัวเรือน ย้ำนะครับว่า... ตัวเลข 9,000 บาท นี้ คือ 'ต่อครัวเรือน' เท่านั้น ไม่ใช่ 'ต่อคน' เมื่อถามว่าพอไหม? คำตอบจากพี่น้องในพื้นที่คือเสียงเดียวกันว่า 'ยังไงก็ไม่พอ' ครับ เพราะหลายครอบครัวสิ้นเนื้อประดาตัว
ผมอยากชวนคิดครับว่า... เงิน 9,000 บาทนี้ จะช่วยต่อลมหายใจให้พี่น้องอยู่รอดได้ 'กี่วัน'? กว่าที่พวกเขาจะฟื้นฟูอาชีพและกลับมาทำมาหากินได้ตามปกติ
และเมื่อพูดถึงการกอบกู้ธุรกิจในพื้นที่ รัฐกลับมอบทางเลือกให้แค่ 'การกู้ยืม' วงเงิน 100,000 บาท แถมปลอดดอกเบี้ยสั้น ๆ เพียงแค่ 1 ปี... พี่น้องคนทำธุรกิจย่อมรู้ดีครับว่า เงินทุนแค่นี้กับเวลาเพียงเท่านี้ 'เป็นไปไม่ได้' ที่จะพลิกฟื้นกิจการให้กลับมายืนได้ทัน
ที่น่ากังวลที่สุดคือเรื่อง 'ซ่อมบ้าน' ครับ แม้รัฐจะมีงบให้เปล่าของ ปภ. (สูงสุด 49,500 บาท) แต่ในทางปฏิบัติขั้นตอนการตรวจสอบยุ่งยากและเบิกจ่ายล่าช้ามาก ทำให้ทางเลือกสุดท้ายของประชาชนคือต้องไป 'กู้เงิน' (วงเงิน 100,000 บาท) มาซ่อมบ้านตัวเอง นั่นหมายความว่า รัฐกำลังบอกให้ผู้ประสบภัยที่เพิ่งหมดตัว 'ยอมรับภาระหนี้สินเพิ่ม' เพียงเพื่อให้มีบ้านซุกหัวนอน
ผมห่วงใยผู้ประสบภัยทุกท่านเหลือเกินครับ ได้แต่ร้องขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุดครับ