ไม่พบผลการค้นหา
“ผมดูในเรื่องลำดับอาวุโส ความสามารถในทุกเหล่าทัพ ซึ่งก็มีความเหมาะสมทั้งหมด ไม่ต้องห่วง มั่นใจได้กับ ผบ.เหล่าทัพ เขาจะผนึกกำลังกัน เพราะมีความสนิทสนมกันทั้งหมด"

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม เชื่อมั่นใน ผบ.เหล่าทัพ ชุดใหม่ ที่ผ่านการพิจารณามาเรียบร้อยแล้ว ด้วย ผบ.เหล่าทัพ ชุดใหม่จะต้องประคองสถานการณ์ช่วง ‘คสช.เคาท์ดาวน์’ ลงจากอำนาจ เพื่อจัดการเลือกตั้ง ต้นปี62 

ซึ่ง ผบ.เหล่าทัพ เป็น สมาชิกคสช. โดยตำแหน่ง เว้นแต่ ‘บิ๊กแดง’พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงศ์ ผู้ช่วยผบ.ทบ. ว่าที่ ผบ.ทบ. ที่จะต้องเป็น เลขาธิการ คสช. คุม กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย คสช. (กกล.รส.) ที่มีกำลังอยู่ในทุกเหล่าทัพ

แน่นอนว่าในยุค ‘บิ๊กแดง’ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. จึงเป็นที่จับตามองไม่น้อย ด้วยนามสกุล ‘คงสมพงษ์’ ที่ตามรอย ‘บิ๊กจ๊อด’พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผบ.สูงสุด ในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพ เช่นเดียวกัน และเป็น ผบ.ทบ.ที่มาจากสายวงศ์เทวัญ ในรอบ 15 ปีด้วย หลัง ทบ. ถูกปกครองโดยสายบูรพาพยั���ฆ์ ทหารเสือฯ และสายรบพิเศษ มาโดยตลอด

อภิรัชต์ คงสมพงษ์ 3_5158006640162635776_n.jpg

(พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ว่าที่ ผบ.ทบ.)

ซึ่ง ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่นี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็น ตท.18 และ ตท.20 โดยเฉพาะ ตท.20 อย่าง ‘บิ๊กแดง’ ที่เกษียณฯ ปี2563 ซึ่งพร้อมกับ ‘บิ๊กแป๊ะ’พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. หลัง ‘บิ๊กแป๊ะ’ นั่ง ผบ.ตร. ยาว 5 ปี เรียกได้ว่าจะเป็นยุคที่ ทบ. และ ตร. ทำงานกันแนบแน่น ด้วยความสนิทสนมของทั้ง ‘ทบ.1’ และ ‘ปทุมวัน 1’


“ผม กับ พล.อ.อภิรัชต์ เป็นเพื่อนกัน ก็ทำงานประสานง่ายอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา รุ่นพี่ๆ ที่เป็น ผบ.ทบ. หรือ ผบ.เหล่าทัพ ท่านก่อนๆ ก็ประสานงานกันด้วยดีมาตลอด ยิ่งเป็นเพื่อนกัน ก็ประสานงานกันง่าย” พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว


จักรทิพย์

แต่ภายใต้การนำของ ‘บิ๊กแดง’ แห่งสายวงศ์เทวัญ ก็มีทีม ‘4เสือทบ.’ ที่กระจายสายและรุ่น ได้แก่ ‘บิ๊กเล็ก’พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสธ.ทบ. (ตท.20) สายยุทธการ ขยับขึ้นเป็น รองผบ.ทบ. เกษียณฯ ปี64 พร้อมด้วย 2 แม่ทัพ ‘บิ๊กตู่เล็ก’พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อน ตท.20 สายบูรพาพยัคฆ์ และ ‘บิ๊กตี๋’พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.18) เติบโตในพื้นที่ภาคเหนือ ขึ้นเป็น ผู้ช่วยผบ.ทบ. ทั้งคู่ และ ‘บิ๊กเป้ง’พล.ท.ธีระวัฒน์ บุญยะวัฒน์ รองเสธ.ทบ. (ตท.19) ขึ้นเป็น เสธ.ทบ. ที่เติบโตมาจากฝ่ายอำนวยการ จากกรมยุทธการทหารบก

ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ 88467488015322_2924042382548664320_n.jpg

(พล.ต. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ว่าที่แม่ทัพภาค 1)

ในส่วนกองทัพภาค 1 เรียกได้ว่าต้องจับตาให้ดี หลัง ‘บิ๊กบี้’พล.ต.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 โดย ‘บิ๊กบี้’ เป็น ตท.22 สายวงศ์เทวัญ เกษียณฯปี2566 ที่สำคัญเพิ่งขึ้นเป็น รอง มทภ.1 เมื่อโยกย้ายกลางปี (เม.ย.61) โดยขยับมาจาก ผบ.พล.1 รอ. พร้อมโยก ‘บิ๊กอู๋’พล.ต.วุฒิชัย นาควานิช น้องชาย ‘บิ๊กหมู’พล.อ.ธีรชัย นาควานิช อดีตผบ.ทบ. จาก รอง มทภ.1 ไปเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. อัตราพลโท แทน เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.ณรงค์พันธุ์

จึงทำให้ตำแหน่งหลักใน กองทัพภาคที่ 1 ขยับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดย ‘บิ๊กหนุ่ย’ พล.ท. ธรรมนูญ วิถี สายบูรพาพยัคฆ์ เป็น แม่ทัพน้อยที่ 1 ตามเดิม ‘บิ๊กติ่ง’ พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ สายทหารเสือฯ ‘บิ๊กต่อ’ พล.ต.เจริญชัย หินเธาว์ สายบูรพาพยัคฆ์ เป็น รองมทภ.1 เช่นเดิม โดยขยับ ‘บิ๊กโต’ พล.ต. สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ผบ.พล.ร.2 รอ. สายบูรพาพยัคฆ์ ขึ้นเป็น รอง มทภ.1

แม้ ‘บิ๊กบี้’ จะขึ้นคุมกองทัพภาคที่ 1 อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีขุนพลสายบูรพาพยัคฆ์ และ ทหารเสือฯ รายล้อม แต่ในเวลานี้ พล.ต.ณรงค์พันธุ์ มีโอกาสเข้าสู่ ‘5เสือทบ.’ สูงสุด ซึ่งสามารถต่อแถวขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก ‘บิ๊กแดง’ ได้ทันทีในอนาคต ถือเป็นยุครุ่งของสายวงศ์เทวัญ เพราะโตมาจาก พล.1 รอ. เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ ‘บิ๊กแดง’ มาจาก ร.11 รอ. ส่วน ‘บิ๊กบี้’ มาจาก ร.31 รอ. 

จึงเรียกกันว่ายุค ‘สามมิตร’ เพราะมีทั้ง สายวงศ์เทวัญ บูรพาพยัคฆ์ และ ทหารเสือฯ

กองทัพ ทหาร N802.jpg

ไม่เพียงแค่นั้น ตท.20 เพื่อนร่วมรุ่น ‘บิ๊กแดง’ ยังคุมทัพในระดับ ‘กองทัพภาค’ ด้วย ได้แก่ ‘บิ๊กป๋อ’ พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ขึ้นเป็น มทภ.3 ด้วยมีความอาวุโสที่สุด พร้อมกับผลงานนำทีม ทบ. ร่วมภารกิจระดับโลก ถ้ำหลวง ช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่าฯ จ.เชียงราย ด้วย 

พร้อมด้วย ‘บิ๊กเดฟ’ พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพน้อยที่ 4 เพื่อน ตท.20 ขึ้นเป็น มทภ.4 ด้วย ‘บิ๊กเดฟ’ เติบโตในพื้นที่ภาคใต้มานาน เป็น อดีตผบ.พล.ร.15 ผบ.หน่วย ฉก.ปัตตานี และขึ้นพลโท เมื่อโผโยกย้ายกลางปี (เม.ย.61) ด้วย แม้ในพื้นที่ภาคใต้มีการแข่งขันสูงในเก้าอี้ มทภ.4 แต่ ‘บิ๊กเดฟ’ ถือว่ามาแรงแต่ต้น

ส่วน ‘บิ๊กแบล็ค’ พล.ท. ธรากร ธรรมวินทร ยังคงเป็น แม่ทัพภาคที่ 2 ตามเดิม เป็น ตท.18 เกษียณฯปี2562 จึงต้องดูต่อไปว่า พล.ท. ธราธร จะขยับขึ้นพลเอก ในการโยกย้ายกลางปี (เม.ย.62) หรือไม่ ? หรือจะขอทำงานในพื้นที่อีสานต่อ จนเกษียณฯ


พื้นที่ภาคอีสาน ถือเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยและฐานที่มั่นของกลุ่มคนเสื้อแดง ท่ามกลางกระแสข่าวมี ‘บิ๊กทหาร ทภ.2’ ไปร่วม ‘พลังดูด ส.ส.’ ให้มาเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ หรือไฟเขียวให้ ‘กลุ่มสามมิตร’ เคลื่อนไหวในภาคอีสานได้ ซึ่ง ‘บิ๊กแบล็ค’ ก็ปฏิเสธกระแสข่าวเหล่านี้ทั้งหมด


“ส่วนกระแสข่าวมีนายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ 2 พูดคุยกับนักการเมืองให้สนับสนุนรัฐบาล คสช.ต่อ เป็นเรื่องส่วนตัว อาจจะรู้จักกันอยู่ ก็เป็นทำนองนั้นมากกว่า” พร้อมกับกล่าวว่า “กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยก็ต้องดูในแง่ของการบังคับใช้กฎหมายเป็นหลัก หากไม่ผิดกฎหมายก็ต้องปล่อยไป เพราะเขาเข้ามาในส่วนตัว หลายๆ กิจการ เขามาเยี่ยมผู้ประสบภัยก็สามารทำได้ ยืนยันว่าไม่ใช่มาดูด ส.ส. เป็นสิ่งคิดกันไป ดูเจตนาเป็นหลัก เราก็ยังคงเข้มงวดเรื่องการชุมนุมเกิน 5 คน จนกว่า คสช. จะปลดล็อกการเมือง” พล.ท.ธราธร กล่าว

สมศักดิ์ เทพสุทิน

“ไม่มีไฟเขียว เขาก็ดำเนินการในส่วนของเขา ถือว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลในการไปมาหาสู่การพบตามปกติ ทำกันอยู่แล้วโอกาสพบปะพูดคุยมีหลายช่องทาง เพียงแต่ว่ามีการติดตามหรือใช้การประชาสัมพันธ์ทำให้เป็นที่สนใจของประชาชน” พล.ท.ธราธร กล่าว

ก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวในกลุ่มนักการเมืองว่า มีอดีต ส.ส.ที่โดนพลังดูด ไปพบ พล.อ.ประวิตร ที่บ้านพักใน ร.1 รอ. ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็ปฏิเสธชัดว่า “บ้านผม ไม่มีล่ะ”

การจัดแถวแม่ทัพนายกองครั้งนี้ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้อง ‘รับมือ’ และ ‘ประคอง’ สถานการณ์ทางการเมือง ที่จะมีการ ‘คลายล็อกพรรค’ ช่วงเดือน ก.ย.นี้ หลัง ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. โปรดเกล้าฯลงมา โดย คสช. จะออกคำสั่ง มาตรา 44 เพื่อ ‘คลายล็อกพรรค’ ด้วย แต่ยังไม่ให้หาเสียง โดยการ ‘ปลดล็อกใหญ่’ จะเกิดขึ้นช่วง กลางเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. จะบังคับใช้ หลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 90 วัน

สถานการณ์ทางการเมืองเริ่ม ‘สุกงอม’ มากขึ้น แต่ละพรรคแต่ละกลุ่มจะเริ่มทิ้งไพ่ทางการเมือง รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ที่ขอเวลาในการ ‘ตัดสินใจ’ อนาคตทางการเมือง โดยจะประกาศหลังกฎหมายเลือกตั้ง 2 ฉบับสุดท้ายโปรดเกล้าฯลงมา และมีการใช้ มาตรา 44 ในการคลายล็อกพรรค ซึ่งก็คาดกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจประกาศเพียงเล็กน้อย ว่าจะลุยต่อหรือไม่ ? แต่จะไม่ถึงขั้นระบุจะ ‘ลุยต่อ’ อย่างไร ? หรือจะไปร่วมกับพรรคหรือกลุ่มใด ? สิ่งที่ต้องระวังหลังประกาศ คือ การถูกวิจารณ์เรื่องความเป็นกลางทางการเมือง เพราะยังพ่วงตำแหน่ง หัวหน้า คสช. นั่นเอง

‘เวลา’ เท่านั้น คือคำตอบ ผ่านมา 4 ปี ก็ได้เห็นอะไรมาหลายอย่าง !!

ปริศนา ลายพราง
129Article
0Video
39Blog