ไม่พบผลการค้นหา
'จุลพันธ์' รับหนังสือ 'เครือข่ายแรงงาน-สส.ปชน.' ผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ลดชั่วโมงทำงาน-เพิ่มวันหยุด-สิทธิ์ลาปวดประจำเดือน ด้าน รมว.แรงงานยันพร้อมหนุนแต่กระบวนต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ หลัง ครม.ไม่นำกลับมาทบทวน

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอการตัดเย็บเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย นำโดยนายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสหพันธ์แรงงานฯ เข้ายื่นหนังสือต่อนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้คณะรัฐมนตรีผลักดันร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับที่ค้างการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีกครั้ง สำหรับร่างกฎหมายดังกล่าว ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับปรับลดชั่วโมงการทำงานเหลือไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พร้อมเพิ่มวันหยุดและวันพักผ่อน และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งกำหนดสิทธิการลาปวดประจำเดือน และการจัดให้มีพื้นที่ปั๊มนมบุตรในสถานประกอบการ โดยร่างกฎหมายทั้งสองฉบับเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน

นายเซีย กล่าวว่า ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับเคยผ่านการรับหลักการในวาระที่ 1 และอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ แต่กระบวนการต้องชะงักลงจากการยุบสภา ส่งผลให้ร่างกฎหมายตกค้าง ทั้งนี้ ได้มีการประสานงานกับพรรคเพื่อไทย และเห็นเป็นสัญญาณเชิงบวกที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเดินทางมารับหนังสือด้วยตนเอง

ด้านนายธนพงษ์ กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเกิดการชะงักเพราะมีการยุบสภา ซึ่งร่างทั้ง 2 ฉบับไม่ใช่แค่กฎหมายแต่เป็นเลือดเนื้อชีวิตจริงของผู้ใช้แรงงาน เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจและสงครามของแรงงานและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงต่อการทำงาน และคุณภาพชีวิตแต่แรงงานกลับถูกผลักและแบกรับภาระที่หนักขึ้น ทั้งที่กฎหมายควรยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิม ผู้ใช้แรงงานทั้งประเทศกำลังตกอยู่ภายใต้การและการไร้ความรับผิดชอบและล่าช้า ดังนั้นเรารับไม่ได้ที่กฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อแรงงานจะตกหล่นหายไป เพียงเพราะความล้มเหลวของกระบวนการทางการเมือง หรือการเพิกเฉยของผู้มีอำนาจที่ไม่เห็นความสำคัญต่อชีวิตแรงงาน 

ขณะที่นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนพร้อมจะรับประเด็นต่างๆไปดำเนินการ ในส่วนข้อเท็จจริงต้องมาพูดคุยกันซึ่งกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ไม่ได้รับการยืนยันจากคณะรัฐมนตรีเพื่อให้สภานำกลับมาทบทวน ถือว่ากระบวนการต้องไปเริ่มใหม่ แต่เหตุแล้วผลมีเพราะกระทรวงแรงงานต้องรับฟังความเห็นที่แตกต่าง ตนไม่ได้ขัดข้องในตัวกฎหมาย มองว่ามีหลายข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ซึ่งรัฐบาลต้องให้ความสำคัญและพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ ในเรื่องข้อเสนอการลาคลอดหรือการลาปวดประจำเดือนเราจะรับเข้ามาเพื่อตั้งคณะทำงานพูดคุยกัน และออกมาเป็นร่างกฎหมายร่วมกัน เพื่อนำส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว เพื่อให้ได้กฎหมายที่ตอบโจทย์แรงงาน