วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ 'คาโอริ นากามูระ – โอซากะ' ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือด้านแรงงานและสังคม โดยมี สุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน , กฤดิกร วงศ์สว่างพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน , พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน , สมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน , สมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน , เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน , กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม , ศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน
รมว.จุลพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมแรงงานไทยสู่อนาคตของโลกการทำงาน ทั้งการยกระดับทักษะ การส่งเสริมแรงงานในระบบเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม (Platform Economy) การดูแลแรงงานนอกระบบ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ไทยและ ILO มีเป้าหมายร่วมกัน โดยไทยพร้อมเดินหน้าความร่วมมือในกรอบ Decent Work ระยะที่ 2 ในปี 2566 - 2570 ภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่ Future, Access และ Connect เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม
รมว.จุลพันธ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงแรงงานยังได้เตรียมความพร้อมการจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 (ASEAN Labour Ministers’ Meeting : ALMM) ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนสิงหาคมนี้ ภายใต้แนวคิด “Advancing ASEAN Human Capital: Skills Certification towards Global Recognition” เพื่อยกระดับมาตรฐานทักษะแรงงานอาเซียนสู่การยอมรับในระดับสากล จึงถือโอกาสนี้เชิญชวนผู้บริหารระดับสูงของ ILO เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย
ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนามาตรฐานแรงงาน การส่งเสริมงานที่มีคุณค่า (Decent Work) การพัฒนาทักษะแรงงาน และการคุ้มครองแรงงานในบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกผู้ก่อตั้งองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่พร้อมผลักดันมาตรฐานแรงงานให้สอดคล้องกับหลักสากล พร้อมขอบคุณ ILO ที่ให้การสนับสนุนทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนประเทศไทยในการให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 155 ว่าด้วยความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเมื่อปีที่ผ่านมา ในด้านความร่วมมือเชิงปฏิบัติ ILO ได้สนับสนุนกระทรวงแรงงานไทยในหลายมิติ อาทิ การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ การพัฒนาระบบข้อมูลตลาดแรงงาน การส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณค่า การพัฒนาทักษะแรงงานสตรีในสาขา STEM รวมถึงโครงการคุ้มครองสิทธิแรงงานและยกระดับมาตรฐานแรงงานในอุตสาหกรรมสำคัญของไทย เช่น ภาคประมง ภาคการผลิต และเศรษฐกิจสีเขียว
“กระทรวงแรงงานพร้อมเปิดกว้างต่อความร่วมมือกับ ILO และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาแรงงานไทยให้มีศักยภาพแข่งขันได้ในระดับโลก ควบคู่กับการสร้างความเป็นธรรมทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน” รมว.จุลพันธ์ กล่าว