ไม่พบผลการค้นหา
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (31 ม.ค.) ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ปฏิเสธคดีส่วนใหญ่ที่มียูเครนเป็นชาติผู้ยื่นฟ้อง ในการกล่าวหารัสเซียว่าให้ทุนสนับสนุนกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ยูเครนตะวันออกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศให้เหตุผลเพียงว่า รัสเซียล้มเหลวในการสอบสวนข้อกล่าวหาการละเมิดที่เกิดขึ้น

ในสำนวนฟ้อง ยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าเป็น “รัฐก่อการร้าย” ซึ่งให้การสนับสนุนแก่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียในพื้นที่ยูเครนตะวันออก ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียในยูเครนเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา

ยูเครนยังระบุในคำร้องว่าพวกเขาต้องการให้รัสเซียชดเชยพลเรือนทุกคน ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง เช่นเดียวกับเหยื่อจากเที่ยวบิน MH17 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ที่ถูกยิงตกเหนือพื้นที่ยูเครนตะวันออกเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2557 อย่างไรก็ดี ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศปฏิเสธที่จะตัดสินโดยเฉพาะ เกี่ยวกับความรับผิดชอบของรัสเซียต่อเหตุยิงเครื่องบินตกดังกล่าว

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศปฏิเสธการพิจารณาคำร้องส่วนใหญ่ของยูเครน โดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสินเพียงว่ารัสเซีย “ล้มเหลวในการใช้มาตรการในการสอบสวนข้อเท็จจริง… เกี่ยวกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด”

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศระบุเสริมว่า ภายใต้เงื่อนไขของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายนั้น การกระทำเฉพาะในลักษณะการโอนเงินเท่านั้น ที่จะสามารถนับได้ว่าเป็นการให้การสนับสนุนกลุ่ม “ผู้ก่อการร้าย” ที่ถูกกล่าวหาจากทางยูเครน ซึ่ง “ไม่รวมถึงวิธีการที่ใช้ในการก่อเหตุก่อการร้าย รวมถึงอาวุธหรือค่ายฝึก” ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศระบุ

“ด้วยเหตุนี้ การกล่าวหาว่าจัดหาอาวุธให้กับกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ที่ปฏิบัติการในยูเครน… จึงอยู่นอกขอบเขตเนื้อหาของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย” ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศกล่าว อย่างไรก็ดี คณะผู้ตัดสิน 16 คนได้สั่งให้รัสเซียดำเนินการสอบสวนข้อกล่าวหาที่เป็นไปได้ทางการเงินเกี่ยวกับ "การก่อการร้าย" อีกครั้ง

นอกจากนี้ รัสเซียยังตกอยู่ในข้อหาการละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยตาตาร์ และกลุ่มชนผู้พูดภาษายูเครนในแหลมไครเมียที่ถูกยึดครองโดยรัสเซีย โดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศชี้ว่า รัสเซียไม่ได้ใช้มาตรการที่มากเพียงพอ ที่จะเปิดให้มีการเรียนการสอนภาษายูเครนในพื้นที่

ทั้งนี้ ในระหว่างการพิจารณาคดีนี้ อเล็กซานเดอร์ ชูลกิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำเนเธอร์แลนด์กล่าวหายูเครนว่า “โกหกอย่างโจ่งแจ้งและทำการกล่าวหาอันเป็นเท็จ… แม้แต่ในศาลแห่งนี้”

ในทางตรงกันข้าม แอนตัน โคริเนวิช นักการทูตระดับสูงของยูเครน กล่าวโต้ตอบกลับว่า รัสเซียกำลังพยายาม "ลบเราออกจากแผนที่" พร้อมกันนี้ โคริเนวิชกล่าวอีกว่า “ตั้งแต่ปี 2557 รัสเซียได้เข้ายึดครองไครเมียอย่างผิดกฎหมาย จากนั้นจึงมีส่วนร่วมในการรณรงค์ลบล้างวัฒนธรรม โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มชาติพันชาวยูเครนธุ์และพวกตาตาร์ในไครเมีย”

ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ (2 ก.พ.) ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะตัดสินในอีกคดี ที่ทางยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าปฏิบัติใช้อนุสัญญาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของสหประชาชาติปี 2491 อย่างเป็นเท็จ เพื่ออ้างเหตุผลในการรุกรานยูเครนในวันที่ 24 ก.พ. 2565 ทั้งนี้ คำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศถือเป็นที่สิ้นสุด และไม่สามารถทำการอุทธรณ์ได้ แม้คำตัดสินจะไม่สามารถบังคับใช้ได้


ที่มา:

https://www.aljazeera.com/news/2024/1/31/icj-rejects-most-of-ukraines-terrorism-case-against-russia?fbclid=IwAR2bgT5rTZH-A1ZYDrPxNR0UM8uHM8OyTKiiALfNMrzUgwa5UtZA5j8oWZM