นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ว่าเศรษฐกิจปีนี้แย่มาก ค้าขายลำบากลูกค้าลด ตลาดนัดหลายแห่งมีแต่คนเดินไม่มีคนซื้อ ในขณะที่ร้านค้าในศูนย์การค้าทยอยปิดตัวเพราะไม่มีคนซื้อ รายได้ประชาชนลดลง กระแสเงินสดหายไปจากตลาด ผู้ประกอบการหลายพื้นที่ไม่ลดขนาดก็ปิดตัวลงไป ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาก็ไม่ต่างกัน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร เมื่อรายได้ของเกษตรกรลดลง ลูกค้าก็หายไปด้วย ทั้งนี้ปัจจัยหลักมาจากราคาข้าวและผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำมากที่สุดในรอบหลายปี แล้วเกษตรกรจะอยู่อย่างไรยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้
นายวัชรพล กล่าวด้วยว่า ชาวนาหลายรายเริ่มปล่อยที่นาว่างเปล่าไม่อยากทำนาแล้ว เพราะยิ่งทำยิ่งจนต้นทุนสวนทางราคาขายข้าวเปลือก ในขณะหลายพื้นที่ หากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เกษตรกรพร้อมขายที่นาไปทำงานอื่นแล้วเพราะทำนาต่อไปไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ราคาข้าวเปลือกตกต่ำทุกปี ต่างจากสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ให้ความสำคัญกับเกษตรกรมาก เกษตรกรหลายรายรายได้เพิ่มขึ้นหลายคนลืมตาอ้าปากได้และเกษตรหลายแสนคนสามารถปลดหนี้ได้จากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
“อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลอยากให้เศรษฐกิจดีขึ้น ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ พร้อมการจายเม็ดเงินลงไปสู่ชนบทไม่ต้องไปกู้เงินหลายแสนล้าน เพียงแต่รัฐบาลบูรณาการร่วมกันทุกหน่วยงานของรัฐบาลในการกระตุ้นการใช้จ่ายของนายทุนรายใหญ่ และเร่งหามาตรการช่วยผลักดันให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น เศรษฐกิจในภาพรวมจะดีขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ สิ่งที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ควรเร่งดำเนินการคือ การออกมาตรการพยุงราคาพร้อมสั่งให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกเร่งประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก รวมทั้งการหาตลาดใหม่ในต่างประเทศ เพื่อขายสินค้าเกษตรไทยในภูมิภาคอื่นๆของโลกเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ทางการเกษตรที่ดีกว่าไปนั่งไลฟ์ลดขายทุเรียนการเพราะไม่ใช่ทางออกของปัญหาแต่การหาตลาดสินค้าเกษตรใหม่ช่วยให้เกษตรกรไทยรอดได้อย่างแน่นอน”นายวัชรพล กล่าว