พีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ว่า
จากตัวเลขแห่งความสำเร็จ
สู่ตัวเลขแห่งภารกิจต่อไป
สมรสเท่าเทียมไม่ใช่แค่เส้นชัย
แต่คือจุดเริ่มต้นของการไปต่อ
51,628 – 0.3 – 3 ตัวเลขสามชุดนี้ไม่ได้เป็นแค่สถิติ แต่ซ่อนเรื่องราวของการต่อสู้ ความเปลี่ยนแปลง และภารกิจที่ยังไม่จบของสังคมไทยครับ
51,628 คือจำนวนคน หรือ 25,814 คู่ ที่ได้รับการคืนสิทธิ จดทะเบียนสมรสจริงภายใน 1 ปีหลังจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ครับ ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือชีวิตจริงของผู้คนที่ในที่สุดก็วางแผนอนาคตร่วมกันได้อย่างมั่นคง ทั้งสิทธิด้านมรดก การตัดสินใจทางการแพทย์ สวัสดิการของรัฐ สิทธิในการรับบุตรบุญธรรม และความมั่นคงของครอบครัว สมรสเท่าเทียมจึงเป็นการปลดล็อกโอกาสทางชีวิตให้กับคนไทยหลายหมื่นคนในเวลาอันสั้นครับ และเมื่อสิทธิในชีวิตจริงถูกปลดล็อก ผลลัพธ์ก็ขยายไปสู่เศรษฐกิจของประเทศด้วยเช่นกัน
เพราะตัวเลขที่สำคัญอีกตัวคือ 0.3% ซึ่งหมายถึงอัตราการเติบโตของ GDP ที่ประเทศไทยได้รับเพิ่มขึ้นจากนโยบายสมรสเท่าเทียม สะท้อนว่าความเท่าเทียมไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิหรือศักดิ์ศรี แต่เป็นนโยบายเศรษฐกิจที่สร้างผลลัพธ์จริง ตั้งแต่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว การบริการทางกฎหมายและการเงิน ไปจนถึงการลงทุนของคู่รักจากต่างประเทศ สมรสเท่าเทียมจึงไม่ใช่แค่การ “คืนสิทธิ” แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ให้ประเทศเติบโตไปพร้อมกับความเท่าเทียมครับ
แต่แม้ตัวเลข 51,628 และ 0.3 จะสะท้อนความสำเร็จแล้ว ภารกิจของสมรสเท่าเทียมก็ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ครับ
เพราะตอนนี้ยังมีอย่างน้อย 3 กฎหมายสำคัญที่ยังไม่ถูกปรับแก้ให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ ได้แก่ ประมวลรัษฎากร พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 และ พ.ร.บ.อุ้มบุญ พ.ศ. 2558 ที่ยังยึดกรอบ “ชาย–หญิง” แบบเดิมอยู่ ส่งผลให้สิทธิของคู่สมรสชาย–ชาย หรือหญิง–หญิง ยังไม่เท่าเทียมกับคู่สมรสแบบเดิมในบางเรื่อง ทั้งภาษี สัญชาติ และสิทธิของบุตรครับ ตัวเลข 3 จึงย้ำว่า สมรสเท่าเทียมยังไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของงานที่ต้องทำต่อ เพื่อให้ความเท่าเทียมเกิดขึ้นจริงในทุกสิทธิ ไม่ใช่แค่ในทะเบียนสมรส แต่ในชีวิตจริงของทุกครอบครัวครับ
สมรสเท่าเทียมทำให้เราเห็นผลลัพธ์ ทั้งในชีวิตคนจริงและในเศรษฐกิจจริงครับ แต่ตัวเลขทั้งหมดนี้ก็ย้ำว่างานของเรายังไม่จบ แค่ผ่านกฎหมายฉบับหลักยังไม่พอ ถ้าอีกหลายสิทธิในชีวิตจริงยังไม่เท่าเทียมกันจริง พรรคเพื่อไทยตั้งใจจะพาประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศรายได้ และความเท่าเทียมทางกฎหมาย ก็เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจสมัยใหม่ ที่ดึงดูดการลงทุน สร้างความเชื่อมั่น และปลดล็อกศักยภาพของคนทั้งประเทศ สมรสเท่าเทียมจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการไปต่อ สู่ประเทศไทยที่เติบโตไปพร้อมกับเกียรติและศักดิ์ศรีของทุกคนครับ
แหล่งอ้างอิง
1.ระบบสถิติทะเบียนทั่วไป สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ณ วันที่ 20 ม.ค. 2569
2.รายงาน “The Economic Impact of Marriage Equality on Thailand’s Tourism Industry” (November 2024) โดย Agoda
3.บทความ “เลย 180 วันหลังสมรสเท่าเทียมประกาศใช้ แต่หน่วยงานรัฐยังไม่เสนอแก้ไขกฎหมายภาษี-สัญชาติ-อุ้มบุญ” (http://