ไม่พบผลการค้นหา
'เพื่อไทย' แฉกลางสภา ‘ชัยวุฒิ’ ครอบครัวร้าวฉาน ยกย่องหญิงอื่นเหนือภรรยา ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมรุนแรง ไม่สมควรเป็น รมต. ส.ส.รัฐบาลลุกประท้วงวุ่น อ้างอย่าดึงบุคคลภายนอกมาพาดพิง ลูกอาจมีตราบาป ‘จุลพันธ์’ สวน ตราบาปนี้ รมต. เป็นคนทำเอง ด้าน 'ชัยวุฒิ' ซัด 'ชนก' อภิปรายเรื่องต่ำ ให้ไปสู้ที่ศาล

วันที่ 20 ก.ค. 2565 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 13 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่ามีพฤติกรรมเสื่อมเสียในศีลธรรมอันดี ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และได้ทำร้ายจิตใจภรรยา (กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ) ตัวเองอย่างแสนสาหัส จนภรรยาต้องออกมาโพสต์ตามสื่อโซเชียลระยะหนึ่งแล้ว พร้อมกับเปิดภาพโพสต์ดังกล่าวประกอบ

โดย ชนกได้อ่านข้อความในโพสต์ระบุว่า “ได้รับทราบเรื่องของครอบครัวคนที่รัก ว่าสามีพูดกับภรรยาว่า ฉันเลือกชีวิตแบบนี้สามคนผัวเมีย เธอรับไม่ได้ก็ออกไป และผู้หญิงอีกคนก็มีลูกสามีแล้วด้วย ฟังแล้วหดหู่ใจเลย ได้แต่ให้กำลังใจ”

ระหว่างนั้น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อาทิ พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. พรรรคพลังประชารัฐ นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ รวมถึง ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วง เพราะเห็นว่า เป็นประเด็นละเอียดอ่อน อาจกระทบกับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง หากพูดพาดพิงถึงครอบครัว ภรรยา รวมถึงเด็กๆ ที่ยังไร้เดียงสา อาจจะโตมาแล้วรับทราบข้อกล่าวหานี้ แล้วกลายเป็นตราบาป โดยเฉพาะผู้อภิปรายเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ควรต้องมีความเห็นอกเห็นใจ เพราะจะเสื่อมเสียต่อครอบครัว ประธานฯ ควรใช้อำนาจหยุดการอภิปรายทันที ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 70

CA3C89AD-E9AC-4031-9064-C747F9949CA9.jpegA8A21297-40C7-454C-BFDF-257779E9A39C.jpeg84787E2E-D3E9-43FE-837A-41C67A4D1B72.jpeg70C6FD9E-3271-4DA0-8778-36C580C412A4.jpeg17AC620C-C4BA-4B2C-B833-B11F08157895.jpeg

ขณะที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ชี้แจงต่อประธานฯ ว่า ความเสียหายต่างๆ ที่เพื่อนสมาชิกกล่าวอ้างนั้น ก็ล้วนเกิดจากตัวรัฐมนตรีเอง เมื่ออภิปรายมาเช่นนี้ก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเป็นพฤติกรรมชู้สาว และเสนอให้ ชนก ข้ามไปยังประเด็นที่บุคคลนี้อาจข้องเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเลยดีกว่า

จากนั้น ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง วินิจฉัยว่า ประเด็นนี้มีความอ่อนไหว เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัว เกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ขอให้พูดอย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะกระทบกับหลายๆ ฝ่าย จึงขอให้งดการใช้รูปภาพและคลิปวิดีโอ เพื่อไม่ให้เป็นการพาดพิง หากตนตักเตือนแล้ว ผู้อภิปรายยังฝ่าฝีน ตนก็จะใช้อำนาจหยุดอภิปราย

FBDCA9BA-7112-43C0-B720-6D4261A2C63E.jpeg

อย่างไรก็ตาม ชนก ได้อภิปรายต่อ พร้อมยืนยันว่า ภาพที่นำเสนอทั้งหมด ตนจะขอรับผิดชอบผลทางกฏหมายแต่เพียงผู้เดียว เนื่องจากข้อมูลที่แสดงให้เห็นต่อที่ประชุม มีความจำเป็นที่จะประกอบการตัดสินลงมติไว้วางใจในครั้งนี้ และตราบาปที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าว ตนไม่ได้เป็นคนทำ และประเด็นนี้รัฐมนตรีได้ทราบล่วงหน้ามาแล้วจากในญัตติ ตนจะพูดในฐานะเพื่อนของภรรยาท่านรัฐมนตรี ชัยวุฒิ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาอันทรงเกียรติ และอยู่ที่นี่ด้วย ตนก็เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่เช่นกัน

โดย ชนก อ้างถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา 76 วรรคสามที่บัญญัติว่า รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในแต่ละหน่วยงาน ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกประกาศประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง 2564 11 ข้อ และ ชัยวุฒิ ถูกกล่าวหาในข้อ 10 ข้อ 10 ข้าราชการการเมืองต้องดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ โดยเฉพาะวรรคที่ 8 คือ ไม่กระทำการอันมีลักษณะเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเป็นเหตุทำให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะจำยอมต้องยอมรับในการกระทำนั้น และไม่นำความสัมพันธ์ทางเพศที่ตนมีต่อบุคคลใดมาเป็นเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงำให้ใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด

ชนก กล่าวว่า ตนดีใจที่นายกรัฐมนตรีมีโอกาสได้รับฟัง เนื่องจากท่านเป็นผู้ออกประกาศฉบับนี้ สังเกตว่า ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส หรือบุคคลรอบกายก็ควรปฏิบัติตามประมวลกฎหมายเช่นกัน การเป็นข้าราชการการเมืองจึงต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างสูง สังคมจึงมีข้อสงสัยต่อพฤติกรรมของ ชัยวุฒิ เพราะต่างทราบกันดีว่า ท่านครองคู่กับภรรยามายาวนาน

แต่เมื่อท่านเป็นรัฐมนตรี พฤติกรรมกลับเปลี่ยนไป เชิดหน้าชูตาหญิงอื่น เยี่ยงและเหนือกว่าภรรยาของตน ทำร้ายจิตใจภรรยาตนเองอย่าแสนสาหัส และทราบมาว่าไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้มีการหย่าร้างกับภรรยา ตนขออภิปราย ชัยวุฒิ ว่า ทำผิดต่อประมวลจริยธรรมอย่างรุนแรง ไม่สมควรเป็นรัฐมนตรีต่อไป และตนไม่อาจไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ เพราะไม่แน่ว่าอาจจะเอื้อประโยชน์กับการทำงานในกระทรวงของท่านหรือไม่

“อันเรื่องราวตัณหานี้สาหัส ถ้าใครตัดเสียได้ฉันให้ถอง อุตส่าห์หัดวิชาหาเงินทอง ก็เพราะของสิ่งเดียวมันเกี่ยวกวน” ชนก ทิ้งท้าย

ชัยวุฒิ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ประชุมสภา -5C3D-4AAD-9E3D-982A08986B63.jpeg

‘ชัยวุฒิ’ โต้ ‘ชนก’ ปูดปม ‘มือที่ 3’ อภิปรายเรื่องต่ำ ขู่ฝ่ายค้านไปสู้ที่ศาล

จากนั้น ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ใช้สิทธิชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของ ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทยที่กล่าวถึงในประเด็นเรื่องครอบครัวว่า ตนขอขอบคุณเพื่อสมาชิกทุกท่าน ที่ให้เกียรติ และช่วยกันประท้วงควบคุมการอภิปราย ไม่ได้ประสงค์ให้มีการปิดกั้น อยากให้พูดให้หมด จะเปิดรูปอะไรก็เปิดไปเถอะ ของไม่จริง ไม่ได้กลัวอะไร 

ชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า การอภิปรายเรื่องแบบนี้มันไปไกลไปหน่อย มาตรฐานต่ำ มีเรื่องให้พูดเยอะ การพูดเรื่องต่ำ คนพูดจะต่ำไปด้วย ภาพนี้ติดตัวท่านไป คนที่ให้ข้อมูลท่านพูดเรื่องนี้ไม่ได้หวังดีกับท่าน นอกจากจะเป็นภาพไม่ดีที่ติดตัวจะมีคดีติดตัวด้วย คือคดีหมิ่นประมาท ไปฟังคนนู้นคนนี้ว่ามา มโนไป และนำมาพูดในสภาฯ ข้อเท็จจริงไม่มี สุดท้ายไปสู้กันที่ศาล ตนไม่ได้ฟ้อง แต่คนที่เสียหายจะห้อง

ชัยวุฒิ เสริมอีกว่า โชคดีที่ท่านไม่ได้พูด คงอธิบายแค่นี้ว่า ทุกคนถ้ารู้จักตน จะรู้ว่าตนเป็นคนอย่างไร คนที่ไม่รู้จักตนก็อย่ามาอภิปรายในเรื่องส่วนตัวของตน ส่วนเรื่องในงานนั้น ขอเข้าประเด็นคือ คนที่พูดมาทั้งหมดมีทั้งเพื่อนของตนบ้าง ทีมงานที่ปรึกษา เลขาของเพื่อนตน บางคนไม่มีเงินเดือน ไม่มีตำแหน่ง ว่างๆ มาช่วยกันทำงานเพื่อจะพัฒนางานในกระทรวงดีอีเอสให้ดียิ่งขึ้น บางคนเคยทำงานด้านไอที หรือเทเลคอม ก็มาให้ความรู้ แนะนำ เป็นเรื่องปกติ คณะรัฐมนตรีจะมีเพื่อน หรือคนที่รู้จักมาช่วยทำงาน 

ชัยวุฒิ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ประชุมสภา -DCF3-4661-92E0-4B2055C6C2BB.jpeg

ชัยวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ส่วนบางคนมีความรู้ความสามารถ อาจจะสมัครไปเป็นกรรมการในองค์กรต่างๆ และมีกระบวนการสรรหาตามกฎหมาย ซึ่งไม่เห็นเป็นสิ่งที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร เป็นสิ่งที่ทำได้ จนกว่าจะมีความทุจริต ท่านก็ไปฟ้องปปช. ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ใช่มาอภิปรายเหมือนมีความผิด ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีความผิด ทุกคนในสภาฯ มีเพื่อน มีคนมาช่วยเราเพื่อให้งานเดินหน้า ทำงานให้บ้านเมือง 

ชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัลชุมชนที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายเมื่อปี 2563-2564 นั้น เป็นเรื่องที่เกิดก่อนตนมารับตำแหน่ง แต่เมื่อโครงการดำเนินเสร็จสิ้นไปแล้ว และไม่ได้มีความเสียหาย หรือมีการฟ้องร้องกันอยู่ในปัจจุบัน แต่ตนจะตรวจสอบดูว่า จากข้อมูลที่ได้มาแล้วเขาแก้ไขอย่างไร ตนจะไปตรวจสอบและนำมารายงานผ่านกลไกสภาฯ หรือสื่อมวลชนต่อไป 

ขณะที่ ชนก ขอใช้สิทธิประท้วงในข้อบังคับประชุมสภาฯ ข้อที่ 69 ต้องไม่ฟุ่มเฟือย ซ้ำซาก และชี้แจงว่า เมื่อสักครู่ยังอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีไม่จบ หากท่านรัฐมนตรีบริสุทธิ์ใจจริง ไม่กังวลใจจริง ท่านหย่าทำไม

87189083-F897-485A-83EA-FCD8225D5A04.jpeg