ไม่พบผลการค้นหา
รอยปริร้าวของ ‘2ป.บูรพาพยัคฆ์’ มาถึงจุดแตกหัก หลัง ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร่อนจดหมายแทงใจ ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หลังเปิดตัวขึ้นเวที ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ได้เพียง 4 วัน ในฝั่ง พปชร. กำลังระส่ำ

เสมือนพรรค ‘ย่ำอยู่กับที่’ ไม่ไปไหนเสียที นำมาสู่การเตรียมเปิดนโยบาย 17ม.ค.นี้ และจัดประชุมใหญ่ 21 ม.ค.นี้ ที่ให้จับตาว่าจะมีการประกาศชูชื่อ ‘บิ๊กป้อม’ ชิงนั่งนายกฯ คนที่ 30 อย่างเป็นทางการ

หลัง พปชร. นิ่งและสงวนท่าทีมานาน รอเวลาที่ ‘บิ๊กตู่’ ไป รทสช. อย่างเป็นทางการ จากนั้นบรรดาขุนพล พปชร. ที่รายล้อม ‘บิ๊กป้อม’ ก็ประกาศชัดหนุน ‘บิ๊กป้อม’ ชิงนายกฯ กรุยทางนำจัดตั้งรัฐบาล ชนิดที่ไม่มี ‘เหนียม-เกรงใจ’ กันอีกต่อไป นำมาสู่ ‘จดหมายซ่อนนัยยะ’ ที่ถูกวิจารณ์อย่างมาก ทั้งแง่ ‘บวก’ และ ‘ลบ’

จดหมายที่ ‘บิ๊กป้อม’ เปิดใจครั้งนี้ หากดูผิวเผิน เหมือนจะส่งข้อความ ‘ปรารถนาดี’ หรือย้ำสัมพันธ์ 3ป. ที่ Forever แต่กลับซ่อนด้วย ‘มีด’ ที่ทิ่มแทงไปยัง ‘บิ๊กตู่’ เริ่มจากที่ ‘บิ๊กป้อม’ เล่าประวัติตัวเอง หลังเกษียณฯปี 48 จากเก้าอี้ ผบ.ทบ. ที่เฝ้าดูสถานการณ์บ้านเมืองมาตลอด จนมาสู่เหตุการณ์ รปห.57 นำโดย ‘บิ๊กตู่’ อ้างถึงวิกฤตบ้านเมือง ก่อนจะมาร่วม ครม.ประยุทธ์

“ผมได้ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลในตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เพื่อหวังจะช่วยประคับประคองสถานการณ์ให้คืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ต้องยอมรับความจริงว่า คสช. ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการเมือง เพราะต่างก็เป็นทหารอาชีพมาทั้งชีวิต ฝึกฝนเรียนรู้มาในด้านการปกป้องอธิปไตยของชาติ ตัวผมเองก็เช่นกัน แม้จะเคยเป็น รมว.กลาโหม ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการเมือง จึงทำได้เพียงช่วยดูแลเหล่าทัพให้มีเสถียรภาพเท่านั้น” พล.อ.ประวิตร กล่าวในจดหมาย

คำคีย์เวิร์ดสำคัญ คือ “ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการเมือง” ที่เป็นเสมือนการทิ้งบอมม์ลูกแรก 

ต่อด้วย “พล.อ.ประยุทธ์ ก็แสดงความประสงค์จะทำงานการเมือง โดยอ้างว่าเพื่อสานต่อภารกิจที่ดำเนินการไว้ให้สำเร็จ ผมจึงตัดสินใจสนับสนุนให้มีการตั้งพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งและเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ให้กลับมาเป็นนายกฯ ตามที่เจ้าตัวปรารถนา ในช่วงเวลาของการเป็นแกนนำรัฐบาล มีทั้งเรื่องที่ผมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจใน ครม. แต่จำเป็นต้องสงวนท่าทีตามมารยาททางการเมือง”

ซึ่งจุดนี้สะท้อน ‘ความในใจ’ ของ ‘บิ๊กป้อม’ ที่ถูกตีความไปในลักษณะว่า ‘ทวงบุญคุญ’ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ สำทับด้วยข้อความต่อมาถึงการที่ ‘บิ๊กตู่’ แสดงจุดยืนการเมือง แยกทางจาก พปชร. ที่เคยสนับสนุนขึ้นเป็นนายกฯ พร้อมยืมปากสื่อทุบ ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ว่าเป็น ‘พรรคสำรอง’ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย

ประวิตร -495D-4390-AACF-A7AFB797DC63.jpeg

ช่วงท้ายของจดหมายเป็นการพูด ‘ความในใจ’ ที่ลักษณะที่ยากจะบรรยายออกมาของ ‘บิ๊กป้อม’ ที่ต้องการสื่อสารถึง ‘บิ๊กตู่’ พร้อมกับพูดถึงอนาคต พปชร. จะเป็นอย่างไร เพื่อสื่อสารไปถึง ‘ลูกพรรค’ ว่า “ผมเคยกล่าวไว้ว่า 3ป. Forever มาวันนี้ ผมก็ยังมีความรู้สึกเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในเมื่อท่านตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ผมก็ไม่สามารถจะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ คงจะบอกได้เพียงว่า ผมขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย ขอให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางการเมืองใหม่ที่ท่านได้ตัดสินใจเลือกแล้ว สำหรับผม ​ขอประกาศในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าจะขอรับผิดชอบและจะไม่มีวันทอดทิ้งสมาชิกพรรคทุกคน ที่เคยทำงานการเมืองมาด้วยกัน และพร้อมจะเดินนำทุกคนที่มีความเชื่อมั่นในความตั้งใจอันแน่วแน่ของผม เข้าสู่การเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยต่อไป เพื่อกลับมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบริหารบ้านเมืองอีกครั้ง”

หากชำแหละจดหมายจะพบ 3 ประเด็นใหญ่ๆ ได้แก่ การพูดในลักษณะ ‘ทวงบุญคุณ’ ทิ่มไปที่ ‘บิ๊กตู่’ เพราะ ‘บิ๊กป้อม’ ได้ชื่อว่าเป็น ‘พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์’ ดูแลน้องๆมานาน และช่วย ‘บิ๊กตู่’ ให้เติบโตตั้งแต่เป็น ‘ร้อยตรี-ร้อยเอก’ นอนบ้านหลังเดียวกันมาที่ ร.21 รอ. ให้เติบโตในกองทัพ

ทั้งนี้สะท้อนความพยายามของ ‘บิ๊กป้อม’ ในการผลักตัวเอง-พปชร. ออกมาจาก ‘บิ๊กตู่’ ที่ติดภาพ ‘ผู้นำรัฐประหาร’ ที่ ‘บิ๊กป้อม’ ชี้ให้เห็นในช่วงต้นของจดหมาย อีกทั้ง เพื่อ ‘สลัดคราบ’ ให้ตัวเอง พร้อมกับ ‘ฟอกขาวตัวเอง’ ถึงเหตุผบความจำเป็นในการร่วม รบ.ประยุทธ์ หลัง รัฐประหาร 2557 นั่นเอง

อีกทั้งในวันนี้ที่ พปชร. ไม่มี ‘บิ๊กตู่’ ทำให้ พปชร. สามารถวางสถานะตัวเองมาเป็น ‘พรรคไร้ขั้ว’ ได้มากขึ้น ท่ามกลางกระแสข่าว ‘ดีลข้ามขั้ว’ จับมือกับ ‘พรรคเพื่อไทย’ ตั้งรัฐบาล ดัน ‘บิ๊กป้อม’ นั่งนายกฯ ได้ 

ประวิตร พลังประชารัฐ - 1E38246E672F.jpeg

สุดท้ายคือการพูดถึงอนาคต พปชร. เพื่อปลุกขวัญ ‘ลูกพรรค’ นับร้อยคน ให้มี ‘ความเชื่อมั่น’ ในการอยู่กับ ‘บิ๊กป้อม’ หลัง พปชร. นิ่งมานาน ไม่ให้ผึ้งแตกรัง-โดนดูด โดน รทสช. ข่มรัศมีช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพื่อแสดงแสนยานุภาพในการระดม ‘ไพร่พล-กระสุน-เสบียง’ สู้เลือกตั้ง เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า 2ป. แข่งกันเอง ใครดีใครได้ไป 

แต่งานนี้ไม่จบง่ายๆ เพราะมีการ ‘ผิดคิว’ เกิดขึ้น หลังจดหมายแพร่ผ่านเพจพลเอกประวิตรฯ ไม่นาน ‘เสธ.ต้อง’พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ในฐานะโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ได้ระบุว่าเป็น ‘เพจปลอม’ แต่ผ่านไปไม่นาน ออกมาแก้ข่าวว่า ‘เพจจริง’ จากนั้นสื่อได้ไปถาม ‘บิ๊กป้อม’ เรื่องจดหมายดังกล่าว ก็ยอมรับว่า ‘จริง’ ด้วย

ทั้งนี้มีการสืบหาต้นตอจดหมายมาจากใคร งานนี้ว่ากันว่ามาจาก ‘อันวาร์ สาและ’ ที่เพิ่งสมัครเป็นสมาชิก พปชร. เตรียมลง ส.ส.ปัตตานี หลังย้ายหนีออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ โดย ‘อันวาร์’ กับ ‘สัญญา สถิรบุตร’ ที่ปรึกษาอันวาร์ ได้ร่างจดหมายขึ้นมา โดยอ้างจากคำพูด ‘บิ๊กป้อม’ จากนั้นได้ส่งให้ ‘บิ๊กป้อม’ อ่าน และได้รับ ‘ไฟเขียว-อนุมัติ’ ให้เผยแพร่ได้

จากนั้นได้ใช้เพจพลเอกประวิตรฯ ที่สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 7ธ.ค. 2565 ถือว่ายังไม่นานที่เพจนี้เปิดขึ้นมา โดยเมื่อเดือน ธ.ค. 2565 เป็นเดือนที่ ‘อันวาร์’ มาสมัครเป็นสมาชิก พปชร. สิ่งเหล่านี้สะท้อน ‘ความวุ่นวาย’ ที่เกิดขึ้นในขั้ว ‘บ้านป่ารอยต่อ’ ในการตั้งขุนพลของ ‘บิ๊กป้อม’ ที่ยุ่งเหยิงไปหมด เช่น การตั้งทีมประชาสัมพันธ์ ที่มีอยู่ 3-4 ทีม ได้แก่ ทีมของ ‘อ.แหม่ม’นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ที่ดูแลในส่วนกลาง 

อันวาร์ พลังประชารัฐ -3294-47DA-BD7B-1EAF4D3B2E30.jpeg

ทีมของ ‘วิรัช รัตนเศรษฐ’ รองหัวหน้า พปชร. ที่ดูแลในระดับพื้นที่

ทีมของ ‘บิ๊กแป๊ะ’พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ที่สนับสนุนในส่วนของสื่อโซเชี่ยลมีเดียมาระยะหนึ่งแล้ว 

ล่าสุดคือทีมของ ‘อันวาร์’ กับ ‘นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ’ ที่ดูแลการประชาสัมพันธ์ในเรื่อง ‘ตัวตน’ ของ ‘บิ๊กป้อม’ ที่ไม่เกี่ยวกับ พปชร. ซึ่งสไตล์การ ‘เขียนจดหมาย’ ทำนองนี้ เป็นแนวทางที่ ‘อันวาร์’ ทำมาตั้งแต่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แล้ว

ทั้งนี้ความวุ่นวายบังเกิด หลังบรรดา ‘ฝ่ายเสธ.สีเขียว’ ที่เป็นอดีตทหารและยังเป็นทหารในราชการ ไม่เห็นด้วยกับจดหมายฉบับนี้ แต่ก็ทัดทานไม่ได้ ก่อนจะออกมาชี้แจงผ่านสื่อว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร จะมอบให้ ฝ่าย เสธ. เป็นผู้พิจารณา แต่จดหมายฉบับนี้ ฝ่าย เสธ. พล.อ.ประวิตร ทักท้วงแล้สว่าจะผิด ‘แนวทางชายชาติทหาร’ ที่ปลูกฝังว่า ‘ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน’ จึงไม่เห็นด้วย แต่สุดท้าย ‘บิ๊กป้อม’ ไม่ทัดทาน และปล่อยให้เผยแพร่

ทั้งนี้มีการเผยแพร่รายงานข่าวว่าในขณะนี้บรรยากาศภายใน พปชร.มีการแข่งขัน ‘ระดับแกนนำ’ ค่อนข้างสูง เพราะมีทีมฝ่ายการเมืองหลายกลุ่ม ที่พยายามสร้างผลงานให้เข้าตา ‘บิ๊กป้อม’ เพื่อให้ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานมากขึ้น ซึ่งก็จะได้รับงบประมาณตามภารกิจเพิ่มขึ้นด้วย ผ่านงบประมาณต่างๆ

ทั้งหมดนี้เป็น ‘วิบากกรรม’ ของพี่น้อง 2ป. ที่ ‘ซ่อนดาบ’ ทิ่มแทงกันเอง แต่กลายเป็น ‘ดาบสองคม’ ในฝั่งของ ‘บิ๊กป้อม’ ที่สะท้อนความวุ่นวายภายใน พปชร. สะเทือนถึงฝ่าย เสธ. บ้านป่ารอยต่อ ร้าวถึงสัมพันธ์ทางทหาร ที่อาจกลายเป็น ‘ฟางเส้นสุดท้าย’ ของมหากาพย์ศึกสายเลือด จปร. ที่พลิกการเมืองมาหลายครั้งแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง