ไม่พบผลการค้นหา
'ยศชนัน' ขึ้นเวทีถกวิสัยทัศน์ สภาฯคิกออฟ ลุยรื้อกฎหมายสางปัญหายาเสพติด 3 มิติ แนะ พัฒนารากฐานสังคม มุ่งเป้าไทยปลอดภัยจากยาเสพติดได้ในระยะยาว

วันที่ 27 เมษายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนารากฐานของสังคม เพื่อนำไปสู่สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติดในระยะยาว โดยเน้นการแก้ปัญหาจากฐานรากของโครงสร้างทางสังคม ภายในงานสัมมนา"โครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน : กิจกรรมส่งเสริมบทบาทสภาผู้แทนราษฎร" โดยมีวาระเร่งด่วนที่สำคัญคือ "การแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ" โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน และมี นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี คณะผู้บริหารจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป เข้าร่วม ณ ห้องจัดเลี้ยง B2-1 ชั้น B2 อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดไม่ใช่แค่ปัญหาด้านสาธารณสุขหรือคดีอาญาธรรมดาๆ อีกต่อไป แต่มันคือ "ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ" เพราะมันส่งผลกระทบพังทลายไปหมดทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความสงบเรียบร้อย และที่สำคัญที่สุดอนาคตของลูกหลานเรา

ที่ผ่านมาเรามุ่งเน้นแต่การปราบปรามซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เราควรเปลี่ยนวิธีคิดหรือ Shift way of thinking หันมาแก้ที่ "รากของปัญหา" เพราะปัญหายาเสพติดจะเกิดขึ้นได้ต้องมีครบทั้ง ผู้กระทำผิด เหยื่อที่ขาดภูมิคุ้มกัน และโอกาส ดังนั้น หากเราสร้างสังคมให้เข้มแข็งจนสามารถตัดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งออกไปได้ ปัญหานี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนคือเราต้องบูรณาการ 4 มิติ ทั้งการป้องกัน บำบัด ปราบปราม และพัฒนาสังคม ด้วยการเร่งสร้าง "รากฐานทางสังคม 6 ด้าน" ให้แข็งแกร่ง เริ่มตั้งแต่ครอบครัวที่ต้องปลูกฝังทักษะสมอง (EF) ชุมชนที่ช่วยเป็นกลไกเฝ้าระวัง การศึกษาที่สอนทักษะการตัดสินใจในสถานการณ์เสี่ยง เศรษฐกิจที่สร้างโอกาสและอาชีพ กฎหมายที่เน้นการป้องกันนำปราบปรามโดยไม่ตีตราผู้เสพ และการสื่อสารสาธารณะที่สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ กระทรวง อว. และมหาวิทยาลัย ยังได้นำนวัตกรรมมาช่วยขับเคลื่อน เช่น นวัตกรรมตรวจสารเสพติดในเส้นผมที่ตรวจย้อนหลังได้กว่า 3 เดือน และ "คลินิกอบอุ่น" ที่ใช้สมุนไพรบำบัดจนสามารถขจัดสารเสพติดในร่างกายได้ 100% ภายใน 9 วัน

“ปัญหายาเสพติดไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่มันคือ "ความรับผิดชอบร่วมกัน" ของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายวิชาการ และที่สำคัญที่สุดคือรากฐานที่แท้จริงอย่างภาคประชาชน ครอบครัว และชุมชน การสร้างสังคมไทยให้ปลอดภัยจากยาเสพติดคือเป้าหมายร่วมกันของพวกเราทุกคน เป็นพันธกิจสำคัญของกระทรวง อว. และนี่คือความหวังในการคืนอนาคตที่สดใสให้กับประเทศไทย“ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ยศชนันยศชนันยศชนันยศชนันยศชนัน

ที่มา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม