ไม่พบผลการค้นหา
‘คนร้อยเอ็ด’นับหมื่นร่วมเวทีปราศรัยเพื่อไทย หนุน ‘จิราพร-ชญาภา’ ลุยเลือกตั้ง ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกประกาศอำนาจประชาชน สู้ ‘ระบบน้ำเงินกินรวบ’ อย่าปล่อยให้การต่อสู้ 20 ปีสูญเปล่า หนุน ‘เพื่อไทย’ ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซัด ‘อนุทิน’ ชิงยุบสภา จาก ‘นายกฯ หนู’ กลายเป็น ‘นายกฯ หนี’ แน่นอน

วันนี้ (7 ธันวาคม 2568) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย และ น.ส.ชญาภา สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ อ.พนมไพร อ.อาจสามารถ และ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด พร้อมปราศรัยพูดคุยกับพี่น้องประชาชนนับหมื่นคนที่มาร่วมรับฟังการปราศรัย ณ โรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ผมกับนายนิสิต สินธุไพร อดีต สส.ร้อยเอ็ด บิดาของ น.ส.จิราพร และ น.ส.ชญาภา ได้ยืดอกและภูมิใจในการเข้าร่วมงานกับพรรคไทยรักไทย ที่ได้ดำเนินนโยบายเพื่อยกระดับชีวิตพี่น้องประชาชน ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ซึ่งพรรคการเมืองนี้ก่อตั้งโดยนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยทำนโยบายเพื่อให้คนไทยหายจน วันนี้ผู้ก่อตั้งพรรคการเมืองนี้ก็ถูกเขาเอาไปขังในเรือนจำ 

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การเมืองวันนี้ประชาธิปไตยกำลังถอยหลัง จึงไม่สามารถปล่อยไปแบบนี้ได้ ดังนั้นเพื่อไทยจึงจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน และถ้ารัฐบาลยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนายกฯชื่อหนู จะเปลี่ยนสระอูเป็นสระอี กลายเป็นนายกฯ หนี ถ้ามาลงเลือกตั้งขอเป็นนายกฯ อีกสมัย แล้วชาวบ้านถามว่าเพิ่งยุบสภาหนีมาจะกลับเข้าไปอีกทำไม ก็ไม่รู้จะตอบได้อย่างไร บางพรรคบอกว่าอย่ายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เดี๋ยวการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะล่ม ไม่อยากจะพูดเลยว่าพรรคการเมืองไหนที่ไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น

“หากปล่อยบ้านเมืองเป็นไปแบบนี้ต่อไปจะเป็นพิษภัยกับประชาธิปไตย โดยเฉพาะขณะนี้กำลังเกิดระบบกินรวบ โดยรัฐบาลสีน้ำเงิน ซึ่ง สว. ก็เป็นสีน้ำเงิน แล้ว สว. ก็มีอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระอีก หากอำนาจทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และองค์กรอิสระเป็นพวกเดียวกันแล้วอำนาจประชาชนอยู่ตรงไหน” 

S__4284455_0.jpg

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากเราปล่อยไปแบบนี้ สิ่งที่ต่อสู้กันมา 20 ปีจะเหลวเปล่า การที่เขารัฐประหารมาทั้ง 2 ครั้ง สร้างความอยุติธรรมสองมาตรฐาน ฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ผิดแต่อีกฝ่ายทำอะไรก็ไม่ผิด และอีกหลายๆ อย่างที่ผ่านมา เพราะเขาต้องการให้พรรคการเมืองที่พวกเขาอุ้มชูมานั้นชนะการเลือกตั้ง แต่ปรากฎว่าชัยชนะในการเลือกตั้งยังอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย 

“มีหลายคนมาถามว่าพรรคเพื่อไทยชั่วโมงนี้ยังไหวไหม ก็ยืนยันว่าไหวครับ เพราะหลังพิงเดียวที่พรรคเพื่อไทยมีคือประชาชน พ่อใหญ่ทักษิณ วันนี้เขาก็วิเคราะห์กันว่ามีความพยายามที่จะให้พ่อใหญ่ทักษิณ อยู่ข้างในไม่ให้ออกมาในสนามเลือกตั้ง แต่คนร้อยเอ็ดบอกว่าจะเลือกพรรคการเมืองที่สืบทอดเจตนารมณ์ของนายกฯ ทักษิณ” นายณัฐวุฒิ กล่าว 

ขณะที่ น.ส.จิราพร กล่าวว่า หลังเลือกตั้ง 2566 พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ก็มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีและร่วมผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อพี่น้องประชาชนหลายด้าน แต่หลายนโยบายหากไม่ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอาจจะไม่ได้สานต่อ เหมือนที่เขาเคยทำการรัฐประหารที่ผ่านมาแล้วยกเลิกหลายนโยบายดีๆ ที่พรรคเพื่อไทยทำเอาไว้ พร้อมยืนยันว่า ครอบครัวสินธุไพร จะไม่มีทางทรยศต่ออุดมการณ์และพี่น้องประชาชนที่เมตตามาตลอด แม้นายนิสิต สินธุไพร อดีต สส.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบิดาจะต้องอยู่ในเรือนจำ และถูกบีบคั้นทางการเมืองมากเท่าไร ครอบครัวสินธุไพรก็จะขออยู่สู้เคียงข้างพี่น้องประชาชนและพรรคเพื่อไทย ไม่มีทางทรยศต่ออุดมการณ์เด็ดขาด  

น.ส.ชญาภา กล่าวว่า มีคนไปปล่อยข่าวว่าจิราพร และชญาภา สินธุไพร ย้ายพรรคไปอยู่สีน้ำเงินแล้ววันนี้ขอยืนยันเลยว่าเราไม่ทางขายอุดมการณ์และขออยู่กับพี่น้องประชาชนและอยู่กับพรรคเพื่อไทย เพื่อทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน และตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างไรเราก็ยังทำตามเจตนารมณ์ที่เคยพูดไว้กับพี่น้องประชาชนคือผลักดันนโยบายยกระดับชีวิตของพี่น้องประชาชน แม้จะเป็นฝ่ายค้านเราก็ทำตามหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ไม่ละเว้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ขอเป็นฝ่ายค้ำที่คอยไปยกมือให้รัฐบาลเหมือนบางพรรคการเมือง 

S__4284468_0.jpgS__4284448_0.jpgS__4284460_0.jpgS__4284453_0.jpgS__4284450_0.jpgS__4284445_0.jpg