ไม่พบผลการค้นหา
วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ออกมากล่าวเตือนระหว่างการปราศรัยประจำปี ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ถึงความเสี่ยง "ที่แท้จริง" ของสงครามนิวเคลียร์ หากชาติพันธมิตรตะวันตกส่งกองกำลังทางทหารไปสู้รบในยูเครน

“มีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังทหารของ NATO ไปยังยูเครน แต่เราจำชะตากรรมของผู้ที่เคยส่งกองกำลังของตนไปยังดินแดนประเทศของเราได้ แต่ตอนนี้ผลที่ตามมาสำหรับผู้เข้ามาแทรกแซงจะน่าเศร้ายิ่งกว่านี้มาก” ปูตินกล่าวปราศรัยต่อสมาชิกรัฐสภาและผู้นำระดับสูงของรัสเซีย

“พวกเขาต้องตระหนักว่าเรามีอาวุธที่สามารถโจมตีเป้าหมายในอาณาเขตของพวกเขาได้ ทั้งหมดนี้คุกคามความขัดแย้งกับการใช้อาวุธนิวเคลียร์และการทำลายล้างอารยธรรม พวกเขาไม่เข้าใจหรอกหรือ” ปูตินกล่าวถึงชาติตะวันตก ซึ่งมีองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่คอยให้ความช่วยเหลือยูเครนในการทำสงครามที่กินเวลามานานแล้วกว่า 2 ปี เป็นแกนนำ

ก่อนหน้านี้ ปูตินเคยพูดถึงอันตรายของการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่าง NATO และรัสเซีย แต่การออกมากล่าวเตือนเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของปูตินเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (29 ก.พ.) ถือเป็นคำพูดเตือนที่ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งของประธานาธิบดีรัสเซีย

คำเตือนของปูตินเกิดขึ้นหลังจากข้อเสนอของ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่มีออกมาเมื่อช่วงวันจันทร์ (26 ก.พ.) ที่จะให้ชาติสมาชิก NATO ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปยังยูเครน อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ เยอรมนี สหราชอาณาจักร และชาติสมาชิกบางส่วนของ NATO ปฏิเสธข้อเสนอแนะดังกล่าวของมาครง

อย่างไรก็ดี ปูตินพยายามชี้ให้ผู้นำชาติตะวันตกจดจำชะตากรรมของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำนาซีเยอรมนีและ นโปเลียน โบนาปาร์ต อดีตจักรพรรดิฝรั่งเศส ซึ่งในอดีตเคยพยายามยกกองทัพบุกโจมตีรัสเซีย แต่กลับไม่ประสบกับผลสำเร็จ

เมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีรัสเซียได้ถอนประเทศตัวเองออกจากสนธิสัญญา START ในการควบคุมอาวุธที่มีกับสหรัฐฯ ในขณะเดียวกัน ปูตินเคยกล่าวว่าเขา "ไม่ได้ขู่" หลังจากที่ประธานาธิบดีรัสเซียเคยพูดเอาไว้ว่า เขาพร้อมที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์

ปูตินยังกล่าวอีกว่า รัสเซีย “พร้อม” สำหรับการเจรจากับสหรัฐฯ ในประเด็น “เสถียรภาพทางยุทธศาสตร์” แม้ว่าการรุกรานยูเครนจะได้จุดชนวนให้ทั้งสองชาติมีความสัมพันธ์ที่ตกต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาในปี 2505

ปูตินยังกล่าวยกย่องกองทหารรัสเซียที่สู้รบในยูเครนว่าเป็นนักรบที่ “กล้าหาญ” ที่ไม่ยอมแพ้ “ผมมองดูผู้คนที่กล้าหาญเหล่านี้ บางครั้งก็เป็นชายหนุ่มมาก และโดยไม่ต้องพูดเกินจริง ผมสามารถพูดได้ว่าหัวใจของผมเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ พวกเขาจะไม่ถอย จะไม่ล้มเหลว และจะไม่ทรยศ” ปูตินกล่าวย้ำ

ในขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียกำลังเข้าใกล้มาเรื่อยๆ ผู้สมัครฝ่ายค้านส่วนใหญ่ถูกสั่งจำคุกหรือถูกบังคับให้หนีออกนอกประเทศ ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าปูตินจะสามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซียต่อไปได้อีก 6 ปี ผ่านการเลือกตั้งในวันที่ 15-17 มี.ค.ที่จะถึงนี้ ในขณะที่ศัตรูที่น่าเกรงขามที่สุดของเขาอย่าง อเล็กเซย์ นาวาลนี ที่ถูกสั่งจำคุกไปก่อนหน้านี้ ได้เสียชีวิตลงอย่างลึกลับในเรือนจำเมื่อกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

ความคิดเห็นของปูตินยังมาพร้อมกับการที่รัสเซียสามารถรุกคืบยึดพื้นที่ในยูเครนเพิ่มเติมเมื่อเร็วๆ นี้ ในขณะที่รัสเซียยังคงเผชิญหน้ากับวิกฤตเศรษฐกิจที่ท้าทาย จากผลกระทบร้ายแรงของการถูกคว่ำบาตร และสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนของชาติตะวันตกสำหรับยูเครนเริ่มตึงเครียด

ปูตินยังกล่าวเกี่ยวกับสงครามในยูเครนว่า กองทัพรัสเซียได้เพิ่มขีดความสามารถในการรบและกำลังรุกล้ำแนวหน้าได้ "อย่างมั่นใจ" ปูตินยังกล่าวด้วยว่า “ทุกวันนี้ เมื่อบ้านเกิดของเรากำลังปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของตน และปกป้องชีวิตของเพื่อนร่วมชาติของเราในดอนบาสและโนโวรอสซิยา (ภูมิภาคของยูเครนที่รัสเซียอ้างว่าได้ผนวกรวมแล้ว) บทบาทชี้ขาดในการต่อสู้อันชอบธรรมนี้เป็นของพลเมืองของเรา ความสามัคคีของเรา การอุทิศตนต่อประเทศบ้านเกิดของเรา และความรับผิดชอบต่อชะตากรรมของประเทศ”

ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทางการรัสเซียออกมาอ้างว่าพวกเขาได้ต่อสู้กับความพยายามในการลงจอดของกองกำลังพิเศษของยูเครนบนสันทรายเทนดรา สปิต ในทะเลดำ ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายยูเครนเสียชีวิต “มากถึง 25” คน


ที่มา:

https://www.aljazeera.com/news/2024/2/29/putin-warns-risk-of-nuclear-war-if-west-sends-troops-to-ukraine?fbclid=IwAR1vZmv7j7vb7WwYFZ9gxt3PPAw2tQTLcEHxKclu83l_XdEHJBUT1Rmwz48