ไม่พบผลการค้นหา
'มาริษ' ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กับ Dharma Alliance องค์กรไม่แสวงกำไรที่ทำงานใกล้ชิดกับระบบ สหประชาชาติ ณ นครเจนีวา

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (10 มีนาคม 2569) ว่า มนุษยชาติในศตวรรษที่ 21 มีอำนาจในการกำหนดอนาคตของโลกมากกว่าที่เคย แต่คำถามสำคัญคือ เรามีปัญญามากพอที่จะใช้มันหรือไม่

ท่ามกลางการแข่งขันทาง ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และ ภูมิเศรษฐกิจ (Geoeconomics) ที่ทวีความเข้มข้น ความท้าทายที่แท้จริงของยุคสมัยนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขันของมหาอำนาจ แต่คือ การหาหนทางให้ มนุษยชาติสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ในโลกที่แข่งขันกันด้วยอำนาจ เราอาจต้องการ “คุณค่าร่วมของมนุษยชาติ” มากกว่าที่เคย

“The next world order will not be shaped by power alone —

but by the values that guide how humanity chooses to use it.”

เมื่อวานนี้ (9 มีนาคม 2569) ผมในฐานะ รองประธานและรองเลขาธิการ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสถาบันฯ โดย ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ กับ Dharma Alliance องค์กรไม่แสวงกำไรที่ทำงานใกล้ชิดกับระบบ สหประชาชาติ ณ นครเจนีวา

การลงนามครั้งนี้ถือเป็น ก้าวสำคัญของสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ในการเชื่อมโยง “คุณค่าสากลของธรรมะ” (Universal Values of Dharma) เข้ากับหลักการของ “สิทธิมนุษยชนสากล” (Universal Human Rights) รวมถึงการเปิดพื้นที่ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญ โดยเฉพาะ ระบบสหประชาชาติ (United Nations)

ธรรมะเสนอหลักคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือการใช้ สติ ปัญญา และเมตตา ในการตัดสินใจ การกำหนดนโยบาย และการแก้ไขความขัดแย้ง หากผู้นำประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม สามารถเชื่อมโยง Universal Values of Dharma เข้ากับกรอบของ สิทธิมนุษยชนสากล โลกของเราอาจสามารถก้าวข้ามตรรกะแห่งความขัดแย้งและสร้างระเบียบโลกที่เกื้อกูลและยั่งยืนมากขึ้น เพราะในท้ายที่สุด อนาคตของโลกจะไม่ได้ถูกกำหนดด้วยอำนาจเพียงอย่างเดียว แต่จะถูกกำหนดด้วย “คุณค่าที่มนุษยชาติเลือกยืนอยู่”

มาริษ เสงี่ยมพงษ์มาริษ เสงี่ยมพงษ์มาริษ เสงี่ยมพงษ์มาริษ เสงี่ยมพงษ์