วันนี้ 4 กุมภาพันธ์ 2569 “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่พบปะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน–นักศึกษา ณ วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง พร้อมส่งสารชัดเจนว่า อาชีวศึกษาไม่ควรถูกมองเป็นทางเลือกที่สอง แต่คือใบเบิกทางสู่อนาคตที่มั่นคง
“ดร.เอ้” สุชัชวีร์ เล่าถึงรากชีวิตที่เติบโตมาในครอบครัวครูอาชีวะ พ่อเป็นครูช่างยนต์ แม่เป็นครูคหกรรม และเกิดในบ้านพักครูของวิทยาลัยเทคนิคระยอง ทำให้เข้าใจหัวใจของ “เด็กช่าง” และผูกพันกับอาชีวศึกษามาตั้งแต่เด็ก พร้อมให้กำลังใจนักเรียนอาชีวะทุกสาขาว่า ไม่ว่ามาจากแผนกใด ทุกคนมีโอกาสไปได้ไกลเท่าความฝัน เช่นเดียวกับเส้นทางชีวิตของตน ที่ได้รับทุนไปศึกษาต่อระดับโลก กลับมาตอบแทนประเทศในฐานะ ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมการก่อสร้างใต้ดินคนแรกของไทย และนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
หนึ่งในความภาคภูมิใจ คือการผลักดันโมเดลอาชีวะญี่ปุ่น “KOSEN” (โคเซ็น)
สถาบันเทคโนโลยีอุตสาหกรรมที่เปิดรับนักเรียนจบ ม.3
เรียนต่อหลักสูตร 5 ปี เพื่อปั้นเป็น “ยุววิศวกร”
จบออกมาทำงานได้จริง เร็ว ตรงจุด และเป็นที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรม
โดยในสมัยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.
ได้ริเริ่มโครงการ KOSEN ในไทยเป็นครั้งแรก
นำไปสู่การก่อตั้ง สถาบัน KOSEN-KMITL แห่งแรกของประเทศไทย
สร้าง “ยุววิศวกรไทย สไตล์ญี่ปุ่น” ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศได้จริง
KOSEN ไม่ใช่แค่อาชีวะ แต่คือ สถาบันวิชาชีพขั้นสูง ผู้เรียนจบมาได้รับค่าตอบแทนสูงไม่แพ้ปริญญาตรี หรือสามารถต่อยอดการศึกษาได้ถึงระดับปริญญาเอก
“ดร.เอ้” ยังเผยความประทับใจ กับการได้พบเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่ไม่ได้เจอกันกว่า 40 ปี ทุกคนเติบโตจาก “เด็กช่าง” สู่ช่างฝีมือ วิศวกรเทคนิค และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็น “คนทำงานตัวจริง” ที่สังคมและประเทศขาดไม่ได้ พร้อมชี้ว่า ในยุคปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคขั้นสูง เช่น ระบบอัตโนมัติ อากาศยาน AI และหุ่นยนต์ หากมีประสบการณ์ระดับโลก สามารถสร้างรายได้ตั้งแต่หลักแสนบาท และบางสาขาสูงถึง 600,000 บาทต่อเดือน
“ดร.เอ้” ย้ำกับสื่อมวลชนว่า ในต่างประเทศ เด็กอาชีวะไม่ใช่ทางเลือกที่สอง แต่คือ ทางลัดสู่ตลาดแรงงานคุณภาพสูง
ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องยกระดับอาชีวศึกษาอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้กำลังสำคัญของชาติถูกมองข้าม พร้อมขอโอกาสผลักดันนโยบายการศึกษาที่ ทำได้จริง ทำได้เลย ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างชาติอย่างยั่งยืน โดยขอโอกาสให้พรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 เข้ามาทำงานรับใช้ประเทศและประชาชน
ที่มา : พรรคไทยก้าวใหม่