ไม่พบผลการค้นหา
พื้นที่ที่เราได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ร่วมกับผู้อื่น เหตุผลที่ Third Place สำคัญกับชีวิตคนเมือง

นักสังคมวิทยาชาวอเมริกัน Ray Oldenburg เป็นผู้บัญญัติคำว่า Third Place ขึ้นในหนังสือ The Great Good Place ปี 1989 เพื่ออธิบายพื้นที่สาธารณะที่อยู่นอกเหนือจากบ้าน หรือ Frst Place และที่ทำงาน Second Place เป็นพื้นที่ที่ผู้คนไปเพื่อพูดคุยกับคนอื่นและเชื่อมโยงกับชุมชนของตน โดยไม่มีใครถูกบังคับให้ต้องไป และค่าใช้จ่ายไม่ควรเป็นอุปสรรคในการเข้าร่วม

ที่น่าสนใจคือ ในวงวิชาการยังมีข้อถกเถียงเล็กๆ ว่าคำว่า Third Place ควรยกเครดิตให้ Oldenburg เพียงคนเดียวหรือไม่ เพราะนักวิชาการบางคนอย่าง Homi Bhabha หรือ Edward Soja ก็เคยพูดถึงแนวคิดพื้นที่ที่สาม หรือ Third Space ในบริบทอื่นเช่นกัน แม้ในเชิงปฏิบัติ คำว่า Third Place ที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบันจะอ้างอิงถึงกรอบคิดของ Oldenburg เป็นหลัก

Boston University ตั้งข้อสังเกตว่าคำนี้ไม่ได้เป็นแค่ศัพท์วิชาการอีกต่อไป แต่แพร่หลายไปถึงบรรณารักษ์ ผู้ใช้ TikTok และแม้แต่สมาชิกสภาเทศบาลเมือง โดยอ้างอิงมูลจาก New York Times ที่ระบุว่าคำนี้ถูกใช้มากกว่า 2,500 ครั้งในสิ่งพิมพ์ทั้งวิชาการและวิชาชีพในรอบปีเดียว


ทำไม Third Place ถึงสำคัญ

นักสังคมวิทยา Japonica Brown-Saracino จาก Boston University อธิบายว่าสิ่งสำคัญของ Third Place ตามแนวคิดของ Oldenburg คือการเป็นพื้นที่ที่คนมีโอกาสเจอคนที่ไม่ได้เจอในแวดวงอื่นของชีวิต และสามารถมีปฏิสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการได้ Third Place ที่ดีควรเปิดให้ใช้เป็นเวลานาน ราคาไม่แพง และเปิดโอกาสให้คนแปลกหน้าได้พูดคุยกัน

ประเด็นสุขภาพจิตก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Third Place ถูกพูดถึงมากขึ้น ช่วงล็อกดาวน์โควิดที่ไม่มีคอนเสิร์ตในสวน ไม่มีการพบปะที่ห้องสมุด ไม่มีการนั่งคุยยาวๆ ที่บาร์ ทำให้สุขภาพจิตของคนอเมริกันและทั้งโลกแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด งานสำรวจของ Gallup ในเดือนมีนาคม 2021 พบว่าผู้ใหญ่ราว 1 ใน 4 รู้สึกโดดเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ของวัน และตัวเลขนี้พุ่งสูงถึงเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มคนหนุ่มสาว แม้จะผ่านพ้นล็อกดาวน์มาแล้ว Third Place หลายแห่งก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เพราะโครงสร้างพื้นฐานทางชุมชนที่ขาดหายไปเดิม บวกกับการใช้โซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นในช่วงนั้น ทำให้สถานที่อย่างโรงหนังหรือหอศิลป์หลายแห่งต้องปิดตัวลง

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Third Place ลดลง คือการเปลี่ยนแปลงของย่านเมือง หรือ gentrification เมื่อคนกลุ่มอาชีพมีรายได้สูงย้ายเข้าไปอยู่ในย่านที่เคยเป็นชุมชนแรงงาน พวกเขาไม่เพียงแทนที่ผู้อยู่อาศัยเดิม แต่ยังเปลี่ยนลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรมของย่านนั้นไปด้วย ร้านกาแฟและบาร์ประจำที่คนในพื้นที่คุ้นเคยอาจถูกแทนที่ด้วยธุรกิจใหม่ สวนสาธารณะเปลี่ยนไป ศูนย์สุขภาพชุมชนอาจถูกไล่ที่ และร้านค้าเล็ก ๆ ของครอบครัวก็อาจถูกแทนที่ด้วยร้านสะดวกซื้อราคาสูง

.

ตัวอย่างจริงของ Third Place ในโลกวิชาการและเมือง

ห้องสมุด Mugar Memorial ของ Boston University เป็นตัวอย่างที่ดีของ Third Place ในรั้วมหาวิทยาลัย เพราะเป็นพื้นที่ที่รองรับได้ทั้งการติวหนังสือ การพบปะสังสรรค์ กิจกรรมชมรม และการพักผ่อนเงียบๆ โดยเปิดให้บริการฟรีเกือบตลอดวัน ส่วนที่ University of Chicago บาร์ประจำมหาวิทยาลัยอย่าง The Pub ก็ทำหน้าที่เป็นจุดนัดพบที่นักศึกษาและเจ้าหน้าที่มาพูดคุย เล่นเกม หรือแข่งตอบคำถามกันในคืนวันอังคาร

ในบริบทเมืองทั่วไป ร้านกาแฟที่ขายแผ่นเสียงในลอนดอนฝั่งตะวันตกก็เป็นตัวอย่างที่นักเขียนคนหนึ่งเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัว คือการที่บาริสต้าหนุ่มกับลูกค้าสูงวัยคุยเรื่องฟุตบอลกันข้ามเคาน์เตอร์ทุกวัน กลายเป็นจุดที่คนต่างวัยมาเจอกันโดยไม่ได้นัดหมาย

มีการสังเกตที่น่าสนใจว่าอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียเคยถูกคาดหวังว่าจะเป็น Third Place ทดแทนได้ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น รายงานของ Financial Times ระบุว่าการใช้โซเชียลมีเดียทั่วโลกขึ้นถึงจุดสูงสุดในปี 2022 แล้วลดลงมาราว 10 เปอร์เซ็นต์ นับแต่นั้น สะท้อนความรู้สึกเหนื่อยล้าของคนรุ่นใหม่ต่อแพลตฟอร์มที่เน้นคอนเทนต์เฉพาะบุคคลมากกว่าการเชื่อมต่อทางสังคมจริงๆ

กลุ่ม Gen Z จำนวนมากเริ่มออกจากโลกออนไลน์เพื่อไปหาประสบการณ์แบบตัวต่อตัวแทน ในลอนดอนมีการฟื้นคืนของ Supper Club หรือมื้อค่ำแบบกลุ่ม กิจกรรมพบปะดื่มกาแฟเช้าวันอาทิตย์ที่แพร่หลายไปทั่วโลก กลุ่มงานฝีมือ กลุ่มอ่านหนังสือที่ให้ทุกคนเก็บโทรศัพท์ระหว่างกิจกรรม รวมถึงกลุ่มวิ่งและเล่นสเก็ตข้างถนนที่กลายเป็น Third Place เคลื่อนที่ นักเขียนบางคนยังเชื่อมโยงปรากฏการณ์นี้เข้ากับความสนใจในศาสนาที่เพิ่มขึ้นในหมู่คนรุ่นใหม่ด้วย เพราะทั้งสองอย่างล้วนตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่และการมีตัวตนอยู่จริงร่วมกับผู้อื่น

นักมานุษยวิทยาชาวฝรั่งเศส Marc Augé เคยเสนอแนวคิด Non-Place เพื่ออธิบายพื้นที่อย่างทางด่วน ห้างสรรพสินค้า หรือโรงแรมที่บีบให้คนต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของพื้นที่นั้นโดยไม่มีปฏิสัมพันธ์ที่แท้จริง อินเทอร์เน็ตเองก็ถูกมองว่าใกล้เคียงกับ Non-Place มากกว่า Third Place เพราะแม้จะเชื่อมโยงคนได้ แต่ก็ทำให้ตัวตนของเราแตกกระจายระหว่างชีวิตออนไลน์กับออฟไลน์

ความสำคัญของแนวคิด Third Place จึงไม่ได้มีไว้เพื่ออธิบายพื้นที่สาธารณะนอกบ้าน หรือนอกที่ทำงานที่ผู้คนไปพบปะกันอย่างไม่เป็นทางการเพื่อความสนุกหรือการพักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับสุขภาพจิต ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และการต้านทานความโดดเดี่ยว การฟื้นฟู Third Place แบบตัวต่อตัวกลับมาอีกครั้ง สะท้อนว่าไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปอย่างไร มนุษย์ก็ยังต้องการพื้นที่ที่ได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ร่วมกับผู้อื่นเสมอ

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://esl.uchicago.edu/2023/11/01/third-places-what-are-they-and-why-are-they-important-to-american-culture/

https://urbandesignlab.in/third-place-theory-creating-community-spaces/?srsltid=AfmBOorLykhB1Ube39TixlrvIjjXAT85C2d7FkF7AMe2DMIFej9-Lr-2

https://www.seenandunseen.com/its-third-places-we-can-be-our-most-human

https://www.bu.edu/articles/2025/what-are-third-places/