ไม่พบผลการค้นหา
วัชระพล ขาวขำ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอบกระทู้ทั่วไป เรื่องเร่งปลดล็อกที่ดิน ส.ป.ก. ดัน One Map แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทั่วประเทศ ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนอย่างเร่งด่วน

วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ว่า วันนี้ช่วงเที่ยงผมตอบกระทู้ทั่วไปที่สภาฯ เรื่องเร่งปลดล็อกที่ดิน ส.ป.ก. ดัน One Map แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทั่วประเทศ ตามที่ ท่าน สส.ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สส.สุรินทร์ ตั้งคำถามเกี่ยวกับปัญหาที่ดินทำกินและความล่าช้าในการดำเนินงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนอย่างเร่งด่วน

ผมได้กล่าวกับท่านสมาชิกว่า นายกรัฐมนตรีได้บรรจุเรื่องการจัดสรรที่ดินทำกินไว้ในนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา โดยมุ่งเร่งจัดสรรที่ดินควบคู่กับการสร้างอาชีพ ลดการบุกรุกป่า และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

ทั้งนี้ ยอมรับว่าปัจจุบันยังมีปัญหาการประกาศเขต ส.ป.ก. ครอบคลุมทั้งอำเภอ ซึ่งในอดีตมีถึง 254 อำเภอ แต่ขณะนี้เหลือ 122 อำเภอ ใน 21 จังหวัด โดยจังหวัดสุรินทร์ยังเหลืออีก 11 อำเภอที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

ส.ป.ก. ได้จัดทำแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาแล้ว 35 ฉบับ ครอบคลุม 122 อำเภอ และส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบครบแล้ว เหลือเพียงกรมป่าไม้ที่อยู่ระหว่างรับรองแนวเขต ซึ่งได้หารือร่วมกับท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเร่งรัดกระบวนการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมสั่งการให้พื้นที่ที่ตรวจสอบเรียบร้อยสามารถเดินหน้าดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอทั้งระบบ

นอกจากนี้ผมยังตอบคำถามเรื่องแผนที่ One Map ด้วยว่ารัฐบาลยังเดินหน้าขับเคลื่อน One Map หรือแผนที่แนวเขตที่ดินแบบบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างหน่วยงานรัฐ โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานเร่งรัดการปรับปรุงเขตปฏิรูปที่ดินในปี 2569 และแบ่งชุดปฏิบัติงานดูแลพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจังหวัดสุรินทร์อยู่ในชุดปฏิบัติงานที่ 3 ขณะนี้การดำเนินงานมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 กระบวนการต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาคมหมู่บ้าน อบต. อำเภอ จังหวัด และคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยในพื้นที่อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ มีพื้นที่ 4 หมู่บ้านที่ถูกกันออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ และอีก 2 หมู่บ้านที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งขณะนี้ดำเนินการจัดที่ดินเรียบร้อยแล้ว

พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลรับข้อเสนอของ สส.สุรินทร์ ไปดำเนินการต่อ และจะเร่งรัดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน