ไม่พบผลการค้นหา
7 พรรคการเมือง รวมกับ 14 องค์กร และศิลปิน-ผู้ประกอบการ-นักกฎหมาย แถลงความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองกับภาคประชาสังคมในการจัดทำ ‘โครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ’

วันนี้ (4 มกราคม 2569) เวลา 13.00-16.00 น. ที่โรงแรมอมารี (ประตูน้ำ) ได้มีการประชุมปรึกษาหารือเรื่อง “โครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ” โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองจำนวน 7 พรรค, จากองค์กรภาคประชาสังคมจำนวน 14 องค์กร,และศิลปิน-ผู้ประกอบการ-นักกฎหมาย จำนวน 3 คน เข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมได้พิจารณาการออกเสียงประชามติที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งผู้ออกเสียงจะตอบคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ที่ประชุมโครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่า ประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ระบบราชการ และเทคโนโลยี ซึ่งเกินกว่าจะแก้ไขโดยปรับปรุงเฉพาะรายละเอียดที่มีอยู่มากมาย

หากต้องแก้ไขโครงสร้างและหลักการใหญ่ทางการเมืองโดยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ประชุมจึงมีความเห็น, และข้อเสนอแนะดังนี้

1) รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะวางโครงสร้างขององค์กรการเมืองที่เป็นระบบและสมดุล โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมากขึ้น และเป็นการสร้างฉันทามติใหม่ทางการเมือง

2) ถ้ารัฐสภาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในระหว่างการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ย่อมทำได้ เช่น ในเรื่องที่มาของวุฒิสภา ความเป็นกลางและเป็นอิสระขององค์กรอิสระ แต่ที่ผ่านมา รัฐสภาไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขรายมาตรา ยกเว้นครั้งเดียวในเรื่องระบบเลือกตั้ง

3) ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า จะรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติลงมติให้ความเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการรณรงค์เช่นนี้ทำได้โดยเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์หาเสียงของพรรคการเมือง

4) ในระยะเวลาอันสั้นที่มีอยู่ ที่ประชุมกังวลว่าประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบเรื่องการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ กกต. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการจัดการออกเสียงประชามติ และหน่วยงานของรัฐ พรรคการเมือง องค์กรเอกชน เร่งรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเห็นความสำคัญของประชามติครั้งนี้และไปออกเสียงประชามติ โดยพร้อมเพรียงกัน 

อนึ่ง วันพรุ่งนี้ (5 มกราคม) เป็นวันสุดท้ายของการขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผู้มีความจำเป็นจึงควรไปลงทะเบียนให้ทันท่วงที มิฉะนั้น ผู้ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงโดยไม่มีเหตุผลอันควร ย่อมถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตามที่กฎหมายระบุ

5) พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติมาตรา 17 ระบุว่า “ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่าง ๆ ย่อมมีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ในการจัดกิจกรรมรณรงค์” จึงขอให้ประชาชน ฯลฯ จัดกิจกรรมรณรงค์ประชามติตามสิทธิเสรีภาพที่มีอย่างกว้างขวาง

6) ที่ประชุมมีข้อเรียกร้องและมีมติให้ตัวแทนของที่ประชุมขอเข้าพบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอความกระจ่างในหลายเรื่อง อาทิ บทบาทของ กกต. ในการเผยแพร่ข้อมูลการออกเสียงประชามติรวมทั้งกระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงให้ผู้มีสิทธิได้รับทราบอย่างทั่วถึง, ค่าใช้จ่ายของพรรคในการรณรงค์ประชามติ การปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งที่รวมการรณรงค์ประชามติ เสรีภาพของพรรคการเมืองในการเชิญชวนให้ผู้ออกเสียงเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การวางตำแหน่งคูหาออกเสียงประชามติ ฯลฯ

7) พรรคการเมืองแต่ละพรรค และองค์กรเอกชนแต่ละองค์กรย่อมมีเสรีภาพที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ รวมทั้งจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ การจัดประชุม การจัดชุมนุมการเดินรณรงค์ การจัดการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมขององค์กรเอกชนที่ไม่ใช่การหาเสียง ฯลฯ

8) เพื่อประสิทธิผลของการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมจะร่วมมือและประสานงานกันและร่วมจัดกิจกรรมในโอกาสที่เหมาะสม

9) ในการจัดทำรัฐธรรมนูญปี 2540 กิจกรรมรณรงค์ได้เกิดขึ้นในทุกจังหวัด โดยใช้ธงเขียวเป็นสัญลักษณ์ร่วมกัน ปัจจุบัน กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (Con for All) ได้จัดให้มีจุดรณรงค์แล้ว 197 จุดทั่วประเทศ โดยขอให้ใช้ธงเขียว ณ จุดที่มีการจัดกิจกรรม หากองค์กรอื่น ๆ เห็นชอบ ก็ขอให้ใช้ธงเขียวร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

10) ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวิธีการรณรงค์ที่สามารถเข้าถึงผู้มีสิทธิออกเสียงและสื่อ สารได้อย่างชัดเจน และได้จัดให้มีคณะทำงานประสานงานการรณรงค์ ที่จะสร้างแพลตฟอร์มการประสานงานกันต่อไป ที่ประชุมตกลงที่จะจัดประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและติดตามผลการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ อีกสองครั้ง ในวันที่ 18 มกราคม และ 1 กุมภาพันธ์ 2569

พรรคการเมืองที่เข้าร่วมประชุมโครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, ภูมิใจไทย, ประชาชน, ประชาธิปัตย์, ไทยสร้างไทย, พรรคพลวัต, พรรคประชาชาติ

องค์กรภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมประชุมโครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยและเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) (ผู้จัดประชุม), สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, มูลนิธิกระจกเงา, คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch), เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม, มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (PNET), มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม,โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), มูลนิธิเวสต์มินสเตอร์เพื่อประชาธิปไตย (WFD), สภาองค์กรชุมชน, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช)

บุคคลที่เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ชูเวช เดชดิษฐ์รักษ์ (วงสามัญชน), พศวัต คำนุ้ย (ผู้ประกอบการ), พงศ์เทพ เทพกาญจนา (นักกฎหมาย)