วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นางฐิติมา ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ประชุมศึกษาประเด็น “อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมกับการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย” โดยเชิญหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนภาคการผลิต เข้าร่วมให้ข้อมูล เพื่อศึกษาว่า ระบบอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อววน.) จะสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างไรในระยะ 10–20 ปีข้างหน้า
ที่ประชุมได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI, Big Data, เทคโนโลยีอวกาศ, ระบบภูมิสารสนเทศ, การเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture), ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability), เทคโนโลยีชีวภาพ การบริหารจัดการน้ำ และการพัฒนาอาหารแห่งอนาคต (Future Food) เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร รวมถึงเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย
ขณะเดียวกัน ภาคการผลิตได้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ทั้งอุตสาหกรรมกุ้งไทยที่สูญเสียความสามารถในการแข่งขันจากปัญหาโรคระบาด ความจำเป็นในการพัฒนาสายพันธุ์กุ้งที่ทนทานต่อโรค ปัญหาผลผลิตข้าวต่อไร่ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารจากสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภค คุณภาพสินค้า และความเชื่อมั่นของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดนักวิจัยหรือหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม แต่ยังต้องเร่งเชื่อมโยงงานวิจัยกับความต้องการของภาคการผลิต เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่นำไปใช้ได้จริง สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพสินค้า เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันให้จัดตั้ง คณะทำงานเฉพาะกิจด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทย โดยมีผู้แทนจากสมาคมกุ้งไทย คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการการดำเนินงาน เพื่อเร่งพัฒนาสายพันธุ์กุ้งที่มีคุณภาพและทนทานต่อโรค การป้องกันและจัดการโรคกุ้ง ตลอดจนการพัฒนาอาหารกุ้งเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง ก่อนจัดทำข้อเสนอและแผนปฏิบัติการเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อผลักดันการดำเนินงานในระดับนโยบายต่อไป
สส.ฐิติมา ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า “คำถามสำคัญของกรรมาธิการไม่ใช่ว่า ประเทศไทยมีงานวิจัยมากเพียงใด แต่คือ งานวิจัยเหล่านั้นสามารถทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ผลผลิตดีขึ้น สินค้าไทยแข่งขันได้มากขึ้น และทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารที่สำคัญของโลกได้หรือไม่ในอีก 10–20 ปีข้างหน้า หากคำตอบยังไม่ชัดเจน ก็ถึงเวลาที่ระบบอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จะต้องปรับบทบาทจากการสร้างองค์ความรู้ ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับประเทศ”
คณะกรรมาธิการฯ จะรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลในการยกระดับระบบ อววน. ให้เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และรักษาความเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารที่สำคัญของโลกอย่างยั่งยืนในอนาคต