ไม่พบผลการค้นหา
'ศึกษิษฏ์' ตั้งข้อสังเกตงาน 'เวทีไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงประชาชน' แฝงนัยการเมือง จี้ผู้จัดเลิกใช้ 'ภาคประชาชน' โจมตีพรรคอื่น สร้างประโยชน์ให้บางพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทยย้ำจุดยืนเห็นด้วยกับประชาชนในการเรียกร้องความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง

ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2569) เกี่ยวกับการจัดงาน “เวทีไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงประชาชน” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.พ.2569 ว่า เมื่อแกนนำคนจัดงานมีความเกี่ยวโยงกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งชัดเจน มีการประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา การจัดงานเพื่อขับเคลื่อนประเด็นในสังคมควรจะมีการบริหารจัดการให้รอบคอบกว่านี้ ไม่ควรจะให้มีบุคคลที่ใช้พื้นที่ของ “ภาคประชาชน” เพื่อโจมตีพรรคการเมืองอื่นเพื่อและสร้างประโยชน์ให้กับบางพรรคการเมืองที่ตัวเองสนับสนุน

จากการที่งาน “เวทีไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงประชาชน” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ได้มีการนำรูปอาจารย์ยศชนันไปตัดต่อในกิจกรรมเพื่อเรียกร้องให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาโมฆะ มีการปราศรัยเพื่อโจมตีการทำงานของ กกต. และรวมไปถึงปราศรัยโจมตีพรรคการเมืองที่กำลังดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล โดยผู้จัดอ้างว่าเป็นการทำงานของภาคประชาชน ไม่มีความเกี่ยวโยงกับพรรคการเมืองใดๆ

พรรคเพื่อไทยแสดงจุดยืนที่เห็นด้วยและร่วมกับประชาชนในการเรียกร้องความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้งมาโดยตลอด เราเชื่อมั่นว่าเสียงของประชาชนคือหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย และต้องได้รับการคุ้มครองอย่างโปร่งใสที่สุด พรรคฯก็ไม่ได้นิ่งเฉยและดำเนินการอยู่ในหลายๆ ด้าน โดยเราได้รวบรวมข้อมูลหน่วยเลือกตั้งที่มีข้อครหา ดำเนินการร้องเรียนในเขตเลือกตั้งต่างๆ และเตรียมการยื่นข้อมูลต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน อย่างไรก็ตามในขณะที่สังคมกำลังจับตาการทำงานของ กกต. อย่างหนัก กลับมีคนบางกลุ่มฉวยโอกาสโจมตีพรรคเพื่อไทยในทุกการเคลื่อนไหว

ผมก็ต้องขอตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำแบบนี้จะทำให้ความพยายามจะขับเคลื่อนประเด็นสังคมอย่างเป็นกลางเพื่อให้มีพื้นที่มาพูดคุย ประชาสัมพันธ์ข้อมูล หาแนวร่วมและหาทางออกร่วมกัน เป็นไปได้ยากขึ้นหรือไม่ ถ้าเวทีถูกใช้ให้คนบางกลุ่มมาใช้เป็นฉากสร้างภาพ สร้างประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองบางพรรคและทำลายภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทีมงานของผู้จัดได้มีการประกาศการสนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรคไปแล้ว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหตุการณ์รูปแบบนี้เกิดขึ้น การขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมต้องการแนวร่วมที่สามารถมาพูดคุยเพื่อร่วมกันผลักดัน หากต้องการทำงานร่วมกันไปให้เกิดความสำเร็จผมคิดว่าต้องเปลี่ยนทัศนคติและการทำงานของผู้จัดกิจกรรมให้ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาต่อเจตนารมณ์ให้ได้ก่อนครับ