สส.เดือน 'มนพร เจริญศรี' สส.เขตสองนครพนม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในการทำหน้าที่ผู้แทน ทุกรัฐบาลที่ผ่านมา นอกจากนโยบายแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ รวมถึงนโยบายพัฒนาด้านสาธารณูปโภค การพัฒนาเส้นทางคมนาคม สิ่งที่ตนเป็นห่วงกังวล ทุกรัฐบาลคือ การแก้ปัญหายาเสพติด วันนี้ถึงแม้จะเกิดวิกฤติพลังงาน ปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำงานควบคู่กันไป คือ การประสานหน่วยงานความมั่นคง ลงพื้นที่ปราบปรามอย่างจริงจัง เกี่ยวกับปัญหาการลักลอบขนส่งยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดน เพราะเชื่อว่าถึงแม้ประชาชนจะมีรายได้ ปัญหาเศรษฐกิจ การค้า ได้รับการแก้ไข แต่หากมีปัญหายาเสพติด มั่นใจเกิดปัญหาสังคมตามมาแน่นอน หลายครัวเรือนลูกหลาน ตกเป็นทาสยาเสพติด เกิดความรุนแรงในครอบครัว พ่อแม่ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
ที่น่าตกใจสุดจากข้อมูลล่าสุดของ หน่วยบัญชาการ สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปปส.ภาค 4 ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา มีการตรวจยึดยาเสพติด ในพื้นที่ภาค อีสานตอนบน 12 จังหวัด ยึดยาบ้าได้มากกว่า 95 ล้านเม็ด ยาไอซ์อีกกว่า 7 ตัน สำคัญที่สุด คือ จ.นครพนม มีการตรวจยึดมากสุด ยาบ้ามากกว่า 25 ล้านเม็ด ยาไอซ์ มากกว่า 3 ตัน นี่คือส่วนที่ตรวจยึดได้ ที่รอดสายตาเจ้าหน้าที่เข้าไปพื้นที่ตอนในของไทย น่าจะมีจำนวนมากพอสมควร
'มนพร' ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ทำงานหนักต่อเนื่อง แต่ต้องได้รับแรงสนับสนุนงบประมาณ ผ่านนโยบายรัฐบาล จึงขอเสนอรัฐบาล ในการสนับสนุนการปราบปรามยาเสพติดจริงจัง ต่อเนื่อง สิ่งที่ขาดไม่ได้รัฐบาลจะต้องสร้างความร่วมมือภาคประชาชน ผ่านหน่วยงานระดับจังหวัด โดยเฉพาะทีม อสม. ผู้นำชุมชน ท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง และตัวแทนประชาชน ต้องมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบคัดกรอง ทุกอำเภอต้องมีศูนย์บำบัดฟื้นฟู ทำการคัดกรอง นำผู้เสพ ผู้เกี่ยวข้อง เข้ารับการดูแล ตามมาตรการ และติดตามผลใกล้ชิด คืนลูกหลานที่ตกเป็นทาสยาเสพติดคืนคนดีสู่สังคม ควบคู่กับการสกัดกั้นปราบปราม ตามแนวชายแดน ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมาย ขั้นเด็ดขาด มีการลงโทษรุนแรงมากขึ้น มั่นใจจะส่งผลปัญหายาเสพติดลดลงอย่างแน่นอน