ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ว่า ผมได้ดูคลิปครูทำร้ายนักเรียน เหมือนกับทุกๆท่าน ความรู้สึกแรกคือโกรธจนพูดไม่ออก และเกิดคำถามว่าคนแบบนี้มาเป็นครูได้อย่างไร? เสียงร้องไห้ของเด็กคนนั้น คือเสียงสะท้อนของความล้มเหลวของการศึกษาไทย และวัฒนธรรมอำนาจนิยมที่ฝังรากลึก ยิ่งไปกว่านั้นการที่มีข่าวครูลวนลามนักเรียน ครูตบนักเรียนปรากฏขึ้นมาซ้ำอีกในวันนี้ ยิ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า พื้นที่ที่ควรปลอดภัยที่สุดอย่างโรงเรียนกำลังมีปัญหาเรื้อรัง
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่การลงโทษต้องไม่ใช่แค่การสั่งย้ายครูเพื่อให้ไปเกิดปัญหาที่อื่น?
บ่อยครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง มักจบที่การสั่งย้าย หรือปิดข่าวเพื่อรักษาชื่อเสียงของโรงเรียน มากกว่าที่จะปกป้องสวัสดิภาพของเด็ก ทำให้พื้นที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด กลับกลายเป็นพื้นที่ที่นักเรียนถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนซ้ำๆ ในวันนี้เราควรต้องพูดถึงการดำเนินการทางกฎหมายขั้นสูงสุด เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง และปฏิรูประบบการประเมินครูที่ล้มเหลวให้กลับมาเสริมสร้างสิทธิและศักยภาพของทั้งครูและนักเรียนได้อีกครั้ง
พรรคเพื่อไทยเห็นว่าเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็นเรื่องด่วนที่ต้องเร่งแก้ไขผ่าน “ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ” เพื่อสร้างให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคนอย่างแท้จริง
ส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เราเสนอให้มีการจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียน” ซึ่งเป็นกลไกตรวจสอบที่เป็นกลาง ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและจิตวิทยา เพื่อทำลายวงจรการปกป้องกันเองภายในโรงเรียน
ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงยึดหลักผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยเราต้องการผลักดันให้มีมาตรการที่เด็ดขาดและป้องกันไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นซ้ำ เช่น การสั่งพักงานทันทีเมื่อมีข้อกล่าวหา และการเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพถาวรหากพบความผิดจริง เพื่อประกาศว่าสถานะครู จะต้องไม่ถูกใช้เป็นใบเบิกทางในการละเมิดความเป็นมนุษย์ของใคร และเพื่อให้โรงเรียนกลับมาเป็นบ้านหลังที่สองที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนทุกคน
นอกเหนือจากนี้ พรรคของเราจะติดตามความคืบหน้าของกรณีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กและผู้ปกครองจะได้รับความเป็นธรรม และสังคมจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ