'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุวันนี้ (27 พฤษภาคม 2569) ได้รับมอบหมายจากศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ในการทำหน้าที่เป็นผู้เสนอร่างกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับต่อสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. .... และ ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
การเสนอร่างกฎหมายในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อปรับปรุงโครงสร้างของ มทร. ธัญบุรี ให้เปลี่ยนสถานะจากส่วนราชการไปสู่การเป็น ‘สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการแต่อยู่ในกำกับของรัฐ’ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ มีความคล่องตัว มีธรรมาภิบาล สอดคล้องกับการปฏิรูปการอุดมศึกษา สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง รวมทั้งสร้างความชํานาญในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม
สำหรับสิ่งที่ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ จะทำให้เกิดขึ้น ผมขอสรุปเป็นภาพรวมดังนี้ครับ
1. การบริหารที่เป็นอิสระและคล่องตัว มหาวิทยาลัยจะมีธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพสูงขึ้นในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา รวมทั้งมีอำนาจบริหารจัดการทรัพย์สิน การลงทุน หรือร่วมทุนเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาได้อย่างเต็มที่
2. มุ่งเน้นนวัตกรรมและการศึกษาตลอดชีวิต เน้นการผลิตนวัตกรและบัณฑิตนักปฏิบัติ ยกระดับอาชีวศึกษา ทำวิจัยสร้างนวัตกรรมเพื่อชุมชน และส่งเสริมสตาร์ทอัพ
3. สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองบุคลากร แม้กิจการจะไม่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงานและแรงงานสัมพันธ์ แต่พนักงานมหาวิทยาลัยจะได้รับความคุ้มครองและผลประโยชน์ตอบแทนโดยรวมไม่น้อยกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้แน่นอนครับ
4. ยังคงความร่วมมือในกลุ่ม มทร. สำหรับร่าง พ.ร.บ. มทร. อีกฉบับ จะเป็นการปลดล็อกข้อกฎหมายเดิม โดยที่ มทร. ธัญบุรี จะยังคงจับมือสร้างความร่วมมือทางวิชาการและใช้ทรัพยากรร่วมกันกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเช่นเดิมครับ
ผมหวังว่าการปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนให้ มทร. ธัญบุรี ก้าวสู่การเป็นสถาบันแห่งความเป็นเลิศทางวิชาการ สร้างบุคลากรและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม