ไม่พบผลการค้นหา
การเดินสายยกเลิกการเกณฑ์ทหารของ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีแรงตีกลับออกมา โดยตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อน เริ่มมีกระแสพูดถึง ‘ธนาธร’ ว่าเคยผ่านการ ‘เกณฑ์ทหาร’ หรือ ‘เรียน รด.’ มาหรือไม่ ? จนล่าสุดมีเพจในโซเชียลฯ ออกมาระบุว่า ‘ธนาธร’ ใช้ใบ สด.9 ปลอม ในการยืนยันว่าผ่านการเกณฑ์ทหาร

ทำให้ ทบ. รีบออกมาชี้แจงทันที ซึ่งไม่ใช่ใคร นั่นก็คือ ‘บิ๊กแดง’ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้ออกมาชี้แจงว่า ทาง ทบ. ได้มีการตรวจสอบเอกสารการเกณฑ์ทหารของ‘ธนาธร’แล้ว พบว่าเข้ารับการตรวจเลือกฯ ผ่านกระบวนการถูกต้องตามกฎหมาย

“กองทัพพบกไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับนักการเมือง ที่มีข่าวออกมานั้น กองทัพบกเรายืนยันได้เลยว่าข่าวนั้นไม่เป็นความจริง เพราะนายธนาธรผ่านขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน“ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว

จากนั้น พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ. ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่า เมื่อเดือน เม.ย.2543 ‘ธนาธร’ ได้ขาดการตรวจเลือก แต่ผลการสอบสวนของทางราชการสรุปได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัย

จากนั้นในเดือน ก.ค.2543 ได้เสนอขอใช้สิทธิ์ผ่อนผันการตรวจเลือก ต่อมาเมื่อ เม.ย.2544 ได้แจ้งสละสิทธิ์การผ่อนผันและได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารที่ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 

โดยผลการตรวจเลือกคือ ‘ปล่อยเพราะมีการร้องขอเต็มจำนวน’ และได้รับเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก ‘แบบสด. 43’ เป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ รองโฆษก ทบ. ระบุเพิ่มเติมว่า เอกสารแบบ ‘สด.9’ เป็นเพียงหลักฐานในการขึ้นทะเบียนทหารกองเกินเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการผ่านหรือไม่ผ่านตรวจเลือกทหาร ซึ่งการตรวจเลือกทหารต้องยึดถือเอกสารใบ ‘สด.43’ เป็นหลัก 

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสนใจว่า พล.อ.อภิรัชต์ ได้ชี้แจงเรื่องนี้ทันที พร้อมย้ำว่า ทบ.ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับนักการเมือง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.อภิรัชต์ เปิดหน้าท้าชน ‘ธนาธร’ ตั้งแต่หลังเลือกตั้ง 24มี.ค.62 ที่ให้สัมภาษณ์ช่วงต้นเดือน เม.ย.62 จุดเริ่มต้นที่มาของคำว่า ‘ซ้ายจัด ดัดจริต’ โดย พล.อ.อภิรัชต์ พุ่งเป้าไปที่พรรคการเมืองที่มีคนไปเรียนเมืองนอก แล้วมีแนวคิดเปลี่ยนแปลงการปกครองกลับมา

แต่การดับเครื่องชนครั้งสำคัญคือการจัดทอร์คแผ่นดินของเราฯ โดยที่ พล.อ.อภิรัชต์ ได้ขึ้นภาพเงาปริศนาถ่ายคู่กับ ‘โจชัว หว่อง’ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครคือ ‘ธนาธร’ นั่นเอง โดยมาพร้อมวาทะเดิม ‘ซ้ายจัด ดัดจริต’ แต่เพิ่มเติมด้วยคำว่า ‘ฮ่องเต้ซินโดรม’

อภิรัชต์ คงสมพงษ์

ทั้งนี้มีการมองว่ากรณีที่เกิดขึ้นของ ‘ธนาธร’ เป็นแรงตีกลับจากการเดินสายรณรงค์ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เป็นที่แน่นอนว่าเป้าหมายนี้เพื่อ ‘ดิสเครดิต’ หาก ‘ธนาธร’ ไม่ได้ทำตามขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่ง ‘ธนาธร’ ก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านเพจตัวเอง โดยชี้แจงว่าตัวเองไปจับใบดำและใบแดงมาด้วย

ธนาธร ยกเลิกเกณฑ์ทหาร 179.jpg

แต่สิ่งที่ ‘ธนาธร’ ฝากทิ้งท้ายคือขอให้ช่วยกันคิดถึงกรณีที่บรรดานายพลไม่ยอมยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เพราะพวกเขาได้ประโยชน์จากการทุจริตคอร์รัปชันในระบบแบบนี้ใช่หรือไม่ สูบเลือดจากประชาชนที่ยอมติดสินบนเพื่อหนีทหารใช่หรือไม่ แล้วแต่ละปีมี ‘เงินนอกงบประมาณ’ ประเภทนี้มากเท่าไหร่

ซึ่งจุดนี้เองทาง ทบ. ไม่ได้ชี้แจง แต่ พล.อ.อภิรัชต์ เลือกที่จะเลี่ยงตอบโต้ โดยกล่าวแค่เพียงว่า “กองทัพบกไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับนักการเมือง” ออกมาแทนสั้นๆ ซึ่ม รองโฆษก ทบ. ก็ได้ขยายข้อความนี้ตามมาอีกครั้ง โดยเน้นเรื่องความสัมพันธ์ของทหารกับฝ่ายการเมือง

“ขอตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีผู้ไม่หวังดีดำเนินการเรื่องดังกล่าวขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝงหวังให้เกิดความไม่ไว้วางใจหรือมุ่งสร้างให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในทางการเมืองและทำให้สังคมสับสน ขออย่าได้นำข่าวปลอมนี้ไปเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ของกองทัพกับฝ่ายการเมือง เพราะไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกัน” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ ระบุ

แน่นอนว่าคำถามของ ‘ธนาธร’ เรื่องเงินสินบนยังคงค้างคาอยู่ ได้ถูกนำไปผูกโยงกับเรื่อง ‘เงินนอกงบประมาณ’ ตามที่ ‘ธนาธร’ เคยอภิปรายใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร..บ.งบฯ ปี2563 ที่สภา ก่อนจะประกาศลาออกทุกตำแหน่งในสภา โดยขณะนั้น ‘ธนาธร’ ได้ทำการ ‘ทุบหม้อข้าวทหาร’ โดยตั้งคำถามถึง ‘เงินนอกงบประมาณ’ กระทรวงกลาโหม 1.8 หมื่นล้านบาท 

โดยขอให้กระทรวงกลาโหมเปิดเผยรายได้จาก ‘สัญญาสัมปทานวิทยุ-ทีวี’ พร้อมขอรายละเอียดทั้งสนามม้า สนามมวย หวย และงบไอโอ และตั้งคำถามว่าทำไมเหล่านายพลรวยผิดปกติ โดยมองว่านายพลส่วนใหญ่มี ‘Side Business’ หรือทำธุรกิจคู่ขนานกับการรับราชการ หลังดูจากบัญชีทรัพย์สินของ สนช. ที่ได้แจ้งกับ ป.ป.ช. ไว้

อภิรัชต์ ลือชัย กองทัพ ทหาร ผู้นำเหล่าทัพ งบประมาณ สภา 8AF-4B9C-86CA-D68CCB9B580E.jpeg

อีกทั้งนับตั้งแต่ พล.อ.อภิรัชต์ จัดทอล์กแผ่นดินของเราฯ ตั้งแต่ 11ต.ค.62 ก็หลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อและปฏิบัติงานเงียบๆใน ทบ. ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าการออกมาของ พล.อ.อภิรัชต์ แต่ละครั้งย่อมมี ‘สัญญาณ-นัยสำคัญ’เสมอ ทั้งนี้ ‘การเงียบ’ ก็ถูกตีความว่าเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งด้วยเช่นกัน

ล่าสุด กกต. มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีพรรคกู้ยืมเงินจาก ‘ธนาธร’ 191 ล้านบาท โดยกรณีนี้จะมีผลผูกพันไปถึง ‘กรรมการบริหารพรรค’ ด้วยว่าจะถูกตัดสิทธิทางการเมืองหรือไม่ แน่นอนว่ากระทบกุนซือ-คีย์แมนพรรคคนอื่นๆด้วย โดยเฉพาะ ‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’เลขาธิการพรรค ที่ถือเป็นหัวเรือหลักของพรรคในการอภิปรายในสภา

เปรียบเป็น ‘เคราะห์ซ้ำกรรมซัด’ ของทั้ง ‘ธนาธร’ และ ‘พรรคอนาคตใหม่’ ที่ระส่ำทั้งคนและพรรค ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนก็มีแรงตีกลับมาและมีเรื่องแทรกซ้อนเข้ามาตลอด รวมทั้งต้องจับตาถึงการเคลื่อนไหวของมวลชนพรรคจะเป็นอย่างไร ซึ่งจากแถลงการของ ‘ปิยบุตร’ ได้ค้านมติ กกต. พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมามีการบอกว่านักการเมืองพยายามแทรกแซงองค์กรอิสระ แต่หลังการรัฐประหารก็มีความสงสัยว่าผู้มีอำนาจพยายามแทรกแซงองค์กรอิสระ มีใบสั่งกดปุ่มได้อย่างใจนึก

ธนาธร-ศาลรัฐธรรมนูญ

รวมทั้งปรากฏการณ์ในทวิตเตอร์ของพรรคอนาคตใหม่ที่ขึ้นแฮชแท๊ก #กลัวที่ไหน หลัง กกต. มีมติปมยุบพรรคด้วย โดยก่อนหน้านี้มีปรากฏการณ์ #อยู่ไม่เป็น มาแล้ว ก่อนที่ศาล รธน. จะวินิจฉัยให้ ‘ธนาธร’ พ้นจากการเป็นสมาชิกภาพ ส.ส. ด้วย แต่ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวของมวลชนลงถนน

ซึ่งกรณี ‘ยุบพรรค’ ถือเป็นอีกระเบิดเวลาทางการเมือง ที่กลับมี ‘เสียงเตือน’ ออกมาจากคนจำพวกเดียวกัน ให้ระวังจะซ้ำรอยอดีตเมื่อ 10 ปีก่อน เพราะกระแสจากคนกลางๆ นั้นสำคัญและอาจเป็นคุณกับพรรคอนาคตใหม่แทนก็เป็นได้ และเป็นโทษกับฝ่ายตรงข้ามพรรคอนาคตใหม่เอง โดยเฉพาะพลังศรัทธา 

ทั้งนี้ต้องตั้งอีกคำถามคือการมีอยู่ของพรรคอนาคตใหม่จะเป็นคุณอย่างไร ? เว้นแต่เป็นเรื่อง ‘โชคชะตาลิขิต’ ไว้เท่านั้น

จับตาจะเป็น ‘หนังฉายซ้ำ’ หรือ ‘หนังเรื่องใหม่’ กันแน่ !!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
90Article
0Video
11Blog