ไม่พบผลการค้นหา
17 ก.พ. 2565 ที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการะทรวงกลาโหม เดินทางเข้าร่วมประชุมตั้งแต่เช้า

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า การอภิปราย 17-18 ก.พ. จะประชุมถึงเที่ยงคืนเศษ รวมวันละ 15 ชม. โดยพรรคฝ่ายค้านได้เวลารวม 22 ชม. พรรคร่วมรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีเวลา 8 ชม. ส่วนการประท้วงหรือหารืออื่นใด เป็นโควตาเวลาของฝ่ายนั้นๆ 

รายละเอียดเวลาของแต่ละพรรคแบ่งเป็น เพื่อไทย 760 นาที ก้าวไกล 303 นาที เสรีรวมไทย 80 นาที ประชาชาติ 57 นาที เพื่อชาติ 50 นาที พลังปวงชนไทย 30 นาที ไทยศิวิไลซ์ 20 นาที เศรษฐกิจใหม่ 20 นาที ส่วนพรรคฝ่ายรัฐบาล พลังประชารัฐ 44 นาที ภูมิใจไทย 24 นาที ประชาธิปัตย์ 23 นาที พรรคเล็กฝ่ายรัฐบาล 4-6 นาที

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ซึ่งส.ส.ฝ่ายค้านทั้งหมด 173 คนได้เข้าชื่อเสนอญัตติ โดยอ่านเอกสารแถลงญัตติว่า สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างรุนแรง เข้าทำนอง 'ข้าวของแพง ค่าแรงถูก' อันเป็นผลจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลวทุกด้านของรัฐบาลโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการยึดอำนาจจนถึงรัฐบาลปัจจุบันซึ่งเป็นรัฐบาลเดียวกัน มีการกู้เงินมาใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ขยายเพดานหนี้สาธารณะ ขณะที่หนี้ครัวเรือน การตกงานของนักศึกษาจบใหม่สูงขึ้น เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อถึง 2 ล้านคน การแก้ปัญหากลับไปกลับมายิ่งทำให้เศรษฐกิจประเทศดิ่งเหว รัฐบาลไม่มีมาตรการเยียวยาที่เหมาะสม 

เมื่อมีการแพร่ระบาดของอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ก็ปกปิดข้อมูลจนปัญหาหนักหน่วง แก้ปัญหาเอื้อต่อนายทุนใหญ่ ส่งผลให้หมูแพงและสินค้าบริโภคอื่นๆ แพงตามไปด้วย และยังไม่มีการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ราคาสินค้าการเกษตรก็ตกต่ำทั้งหมด ปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่าง PM2.5 เกิดซ้ำซากทุกปี ไม่มีการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม มีการนำทรัพยากรธรรมชาติและเงินแผ่นดินไปแลกการกระทำที่ผิดพลาดของนายกฯ คือ เหมืองทองอัครา การแก้ปัญหาประมงล้มหลว การปฏิรูปการเมืองยุทธศาสตร์ชาติไม่มีความคืบหน้าแม้แต่เรื่องเดียว ขาดความจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ และการกระจายอำนาจท้องถิ่น ทำให้การเมืองไทยถอยหลังกว่า 40 ปี ผู้นำไม่มีวิสัยทัศน์เท่าทันโลกทำให้ไทยขาดโอกาสการพัฒนา โดยเฉพาะการสร้างรถไฟความเร็วสูง และเสียโอกาสในการสร้างความร่วมมือใน APEC การเลือกตั้งย้อนยุคสู่ระบบอุปถัมภ์ มีการทุจริตสูง จากรายงานของวุฒิสภา และผลวิจัยพบว่า รบ.นี้มีการทุจริตสูงมาก ซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ ยาเสพติดก็แพร่ระบาดกว้างขวางทุกพื้นที่ เป็นแหล่งส่งออกรายใหญ่ด้วย ภาพลักษณ์เสียหายไปทั่วโลก 

นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า จึงจำเป็นที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้ซักถามข้อเท็จจริงเกี่ยวสภาพปัญหาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาของ ครม.ในเรื่องดังกล่าว ร่วมกันหาข้อสรุปเพื่อเสนอแนะต่อ ครม. เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินของ ครม.มีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาได้ตรงเป้าหมาย ลดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ไม่ได้พุ่งเป้าโจมตีตัวบุคคล และมาตรา 152 นี้เขียนไว้อย่างแยบยล ให้เป็นเพียงการให้ซักถามข้อเท็จจริงเหมือนกระทู้ แต่ไม่ใช่กระทู้ เพราะเป็นการสอบถามการบริหารราชการแผ่นดิน ข้อเท็จจริงที่จะซักถาม และข้อเสนอที่จะเสนอแนะจะเสนอต่อ ครม.ไม่ใช่รัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่ง จึงไม่ต้องกังวลใจ

"ผมจะทำการชี้เป้าปัญหา ให้เพื่อนฝ่ายค้านเข้าไปถล่ม ไม่ใช่ถล่มนายกฯ แต่ถล่มปัญหา ตีโจทย์ปัญหาให้แตกและแก้ไขให้เป็น"

"ท่านอย่าทำเป็นเรื่องปกติ อย่าทำให้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนเป็นเรื่องปกติ ขณะนี้ท่านทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ" ชลน่านกล่าว

ชลน่าน อภิปรายทั่วไป2565ชลน่าน สภา อภิปรายทั่วไป ประชุมสภา   4-A114-A708CEDFCFFC.jpeg

"แพง-จน-พัง ทั้งแผ่นดิน เหตุของปัญหานี้เกิดจากวิกฤตการเมือง เหตุเกิดตั้งแต่ท่านทำรัฐประหารยึดอำนาจ วางโครงการออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ ใช้กลไกประชาธิปไตยเพื่อสืบทอดอำนาจ เปลี่ยนสภาคู่เป็นสภาเดี่ยวท่านก็ยอมทำโดยอ้างว่าเพื่อพิจารณากฎหมายปฏิรูป รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ประโยชน์กับท่านมากที่่สุด การใช้อำนาจไม่ชอบธรรม เอื้อพวกพ้อง ไม่เห็นหัวประชาชน ทำให้เกิดวิกฤตนี้ ที่สำคัญ ระบบตรวจสอบการใช้อำนาจบิดเบี้ยว บิดเบือน โดยเฉพาะสภาของเราที่มีหน้าที่ตรวจสอบควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ทำหน้าที่ได้อย่างยากลำบาก ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างอยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่งผลมาถึงปัจจุบัน นี่คือเหตุของปัญหา"

"เรื่องแรกที่อยากเสนอ ท่านจะยอมให้แก้รัฐธรรมนูญไหม เพราะเราพยายามมาหลายครั้ง ท่านตีตกตลอด ผมมั่นใจว่าท่านไม่แก้ เพราะกฎหมายสำคัญๆ ที่เสนอเข้ามาถูกตีตกหมดด้วยกระบวนการต่างๆ นานา กฎหมายภาคประชาชน กฎหมายที่เกี่ยวข้องการเงินถูกตีตกโดยนายกฯ ถ้าไม่ใช่ด้านการเงินอุ้มไปดอง นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เราไม่อยากเป็นองค์ประชุมให้ท่าน ท่านจะใช้เสียงข้างมากท่านโหวตแล้วเอาไปดอง ท่านจะตีตกเราไม่ว่า เราจะได้ทำใหม่ เสนอใหม่เร็วกว่า และที่สำคัญ ปัญหาเชิงโครงสร้างอยู่ในกระดาษ แต่พฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเป็นของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เป็น คสช.มาท่านใช้อำนาจพิเศษบริหารมาตลอด ม.44 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในชีวิตการเป็นผู้บริหารของท่าน ท่านบริหารด้วยอำนาจพิเศษ อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เขาเรียกว่า เผด็จการ ถ้าไม่แก้ตรงนี้บ้านนี้เมืองนี้อยุู่ต่อไปไม่ได้ มันจะพังทั้งแผ่นดิน" ชลน่านกล่าว

"ท่านรักพี่น้องประชาชน แต่ท่านรักไม่ถูก...ท่านควรประกาศว่าฉันจะออกจากตำแหน่งนี้ ดีที่สุดคือคืนอำนาจให้พี่น้องประชาชน นั่นคือการแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แพง จน พัง ทั้งแผ่นดิน ก็จะแก้ปัญหาได้" ชลน่านกล่าว

ประยุทธ์ สภา อภิปรายทั่วไป ประชุมสภา BED3B3.jpegประยุทธ์ สภา อภิปรายทั่วไป ประชุมสภา DE7FF56C3B07.jpegประยุทธ์ สภา อภิปรายทั่วไป ประชุมสภา นายกรัฐมนตรี E74239894F6.jpeg

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ ว่า เราได้ฟังคำชี้แจงของฝ่ายค้านที่เสนอญัตติตามมมาตรา 152 ผมพร้อมจะรับฟังอยู่แล้ว แต่รับฟังด้วยเหตุด้วยผล อะไรที่เป็นประโยชน์ก็จะรับไปดำเนินการ แต่สถานการณ์ขณะนี้มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาโดยตลอด ทำร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล ครม. ข้าราชการจำนวนหลายแสนคน จากข้อมูลที่ท่านกล่าวหลายอย่างยังไม่ลงรายละเอียด เวลาอภิปรายต่อจากนี้ เชื่อว่าครม.มีคำชี้แจง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับฟังแต่โจทย์อย่างเดียว ได้รับฟังถึงการแก้ปัญหา ความก้าวหน้า แนวคิดหลักคิดต่างๆ หลายท่านอาจมองว่านายกฯ ไม่มีความสามารถ แต่ทั้งหมดขึ้นกับการตัดสินใจและความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งประเทศ

"ผมเคยคุยกับท่านครั้งหนึ่ง ท่านบอกให้วางบทบาทเหมือนรามเกียรติ์ ผมคงเป็นพระรามพระลักษณ์ อีกฝ่ายเป็นทศกัณฑ์ ผมว่าประเทศชาติคงไม่ใช่รามเกียรติ์ แต่เราก็รู้ว่าทศกัณฑ์เป็นยังไงตอนท้าย"

"เรื่องที่กล่าวมามี 15 ประเด็น อันแรกคิดว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง คล้ายพูดว่ารัฐบาลนี้ทำกลไกเข้าสู่อำนาจ ใช้อำนาจ รวมความถึงรัฐธรรมนูญ ผมยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลเดิมเหมือนปี 2557 ทุกคนมาตามกรอบรัฐธรรมนูญ 2560 ตัวบุคคลไม่ว่านายกฯ รัฐมนตรี มีอยู่ 4 คนที่ซ้ำเดิม นอกนั้น 32 คนมาจากคนใหม่ทั้หมด นโยบายต้องต่างกันแน่นอน"

"การขยายเพดานหนี้ ข้าวของแพง น้ำมันแพง ชี้แจงได้หมด อัตราการว่างงาน การปิดกิจการเพิ่มขึ้นหรือลดลงเราชี้แจงได้ โดยเฉพาะสถานการณ์เช่นนี้ที่เป็นวิกฤตระดับโลก ..การแก้ปัญหาโควิด กลับไปกลับมา การจัดหาวัคซีน เราชี้แจงได้หมด"

"ก่อนผมเข้ามา ท่าทำโครงสร้างอะไรให้ประเทศมีจีดีพีสูงขึ้นบ้าง ท่านตอบได้ไหม นอกจากขอใช้งบประมาณที่มากขึ้น เรื่องกู้เงินไม่มีใครทำโดยไม่ดูกฎหมาย เรื่องโรคระบาด สุกรราคาแพง วันนี้มันแพงไหม เราแก้ไขอย่างไร"

"สิ่งที่ท่านปกปิดผม ทำไมเก็บกักเนื้อสุกรจำนวนมาก มีคดีในศาล จะต้องมีการลงโทษ ผมไม่ได้ปกป้องใครหรือไปรังแกใคร ต้องการให้เกษตรกรเข้มแข็งมากที่สุด ต้องเดินหน้าไปด้วยกัน เพราะเป็นการสร้างรายได้ให้ประเทศ"

"เรื่องการทุจริตงบประมาณ อย่าพูดคำนี้กับผม หากไม่มีหลักฐาน ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในกันและกัน ผมยืนยันถ้าผมยังอยู่ตรงนี้จะไม่มีการทุจริตโดยเด็ดขาด ทั้งนโยบาย เจตนารมณ์ ตัวผม ย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ก็แล้วกัน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และนำเสนอตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การลงทุนของต่างประเทศ โดยยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้แย่อย่างที่ฝ่ายค้านกล่าวหา

"ท่านกล่าวหาว่าผมใช้อำนาจ แล้วกฎหมายนี้มันออกมาสมัยใคร พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วมันเอาไว้ใช้เพื่ออะไร เพื่อให้บ้านเมืองสงบมีเสถียรภาพ ผมไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง"