ไม่พบผลการค้นหา
คนแต่งงานมีครอบครัวแล้วไม่จำเป็นต้องเหี่ยวเฉา ทิ้งความสวยหรือเลิกพัฒนาตัวเอง เจ้าของมงกุฎ Mrs.Tourism Queen Mother คนล่าสุด เป็นตัวอย่างของการทำทุกบทบาทให้ลงตัว ทั้ง แม่ ภรรยา และบอส

ตอนที่มีคนชวนให้ แอปเปิ้ล - อภิปภา จันทร์แก้ว ไปประกวดเวทีสาวงามที่แต่งงานแล้ว เธอไม่ลังเลเลยที่จะเข้าร่วม เพราะรู้ว่านั่นเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของตัวเอง

ท้ายที่สุดในวัย 44 ปี เธอกลายเป็นหญิงไทยคนแรกที่สามารถคว้ามงกุฎ Mrs.Tourism Queen Mother 2019 รางวัลใหญ่สุด รวมถึงตำแหน่งขวัญใจสื่อมวลชน เวที Mrs.Tourism Pageant ที่เมืองปาซิก ประเทศฟิลิปปินส์ 

“ตอนที่พิธีกรประกาศว่าไทยแลนด์ เรายังก้มหน้าลงและตีหน้าผากตัวเองอยู่เลย แบบ ‘ฉันเหรอเนี่ย’ ไม่เคยประกวดนางงามมาก่อน ทำท่าไม่ถูก” แอปเปิ้ลระลึกถึงค่ำคืนอันน่าจดจำของครอบครัว เมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา 

เบื้องหลังความสำเร็จ แนวคิดในแต่ละบทบาท ทั้งภรรยา คุณแม่ และนักธุรกิจ ตลอดจนการดูแลตัวเองของเธอ น่าสนใจไม่แพ้รางวัลระดับนานาชาติ 

มิสซิส
  • ภาพจากแฟนเพจ Mrs. Tourism Pageant

วางตัวเป็น “ผู้ใหญ่”

ผู้จัดการกองประกวด Mrs.Tourism Pageant ค้นหาสาวงามแต่ละประเทศ โดยคัดเลือกจากประวัติการทำงาน บทบาทด้านจิตสาธารณะและการช่วยเหลือสังคม ก่อนทำการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกคนที่เหมาะสม เป็นตัวแทนของแต่ละประเทศเข้าประกวดรอบสุดท้ายที่ฟิลิปปินส์ 

“เวทีมิสซิส ไม่ให้น้ำหนักกับแค่ความสวย แต่มองเรื่องโปรไฟล์การทำงาน ความสามารถ จิตสาธารณะ มีความต้องช่วยเหลือสังคมทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ” แอปเปิ้ล เล่าปัจจัยก่อนจะได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทย

คอนเซปต์ของการประกวดปีนี้คือ The Mother Who Cares for The World หรือ คุณแม่ผู้ห่วงใยโลก 

“เมื่อคุณดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี คุณก็น่าจะมีศักยภาพในการช่วยเหลือดูแลสังคม ประเทศชาติ รวมถึงโลกใบนี้ได้” 

เวทีนี้ใช้เวลาเก็บตัว 15 วัน หมุนเวียนในแต่ละเมืองของฟิลิปปินส์ เพื่อให้นางงามจาก 27 ประเทศฝึกทักษะและพัฒนาตัวเอง ทั้งด้านการสื่อสาร มนุษยสัมพันธ์ กิจกรรมการกุศล และเชิงความงาม สิ่งที่ประทับใจที่สุดของแอปเปิ้ลคือ การเยี่ยมเยียนผู้ต้องขังภายในคุกที่แออัด โดยเธอได้มอบกำลังใจรวมถึงมีส่วนช่วยเหลือด้านการเงิน 

“ประทับใจมาก ทุกคนเรียกพวกเราว่า มัมๆ (mom-แม่) เราได้สัมผัสสภาพความเป็นอยู่ของเขา ได้โอกาสให้กำลังใจ และอวยพรให้เขาออกไปเป็นคนที่ดีกว่าเดิม 

เรายังได้อุดหนุนสินค้าที่ทำจากฝีมือนักโทษ ซึ่งเงินส่วนนี้ถูกนำไปช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายให้กับนักโทษผู้ยากไร้ที่กำลังจะพ้นโทษ วันนั้นพวกเรานางงาม ช่วยเหลือนักโทษได้มากถึง 12 คน” 

มิสซิส
  • ภาพจาก เฟซบุ๊ก Apple Apipapha

เธอบอกว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้ได้รับรางวัลใหญ่ คือ การแสดงความเป็นตัวเองในฐานะสุภาพสตรีไทยที่แต่งงานแล้ว วางตัวในฐานะผู้ใหญ่ ไม่สร้างปัญหา มีวินัย ตรงต่อเวลา เคารพและให้ความช่วยเหลือผู้อื่นตามโอกาส เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่กรรมการติดตามมาตั้งแต่วันแรก 

“พวกเขาเรียกเราว่าไทยแลนด์ตลอด เพราะเรายิ้มกับทุกคน สยามเมืองยิ้มมันยังเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไทยที่แข็งแรง” 

เธอย้ำว่าเวทีนี้ไม่ได้เน้นเรื่องความสวยงามภายนอก แต่ต้องการผู้ที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนอื่นได้ ซึ่งตำแหน่งมิสซิส ยังเป็นเหมือนทูตวัฒนธรรม การศึกษา รวมถึงมีบทบาทในด้านจิตอาสาและเศรษฐกิจระหว่างประเทศด้วย 

“15 วันนี้เราได้อะไรเยอะมาก เหมือนเรามาพัฒนาตัวเอง ฝึกความอดทน การอยู่ร่วมกัน เคารพและให้เกียรติผู้อื่น พูดได้เลยว่า เราพัฒนาตัวเองขึ้นในอีกระดับ สดชื่นมีชีวิตชีวา ได้แรงบันดาลใจมาเต็มเปี่ยม” นักธุรกิจหญิงแววตาเป็นประกายแห่งความสุข สามีชาวฝรั่งเศสของเธอเองก็ภูมิใจมากกับการตัดสินใจเข้าร่วมประกวดครั้งนี้ 

“มันทำให้เราไม่ลืมศักยภาพของตัวเอง เราสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่” คุณแม่ลูก 2 กล่าว 


รู้จักแบ่งเวลา

“ตอนเด็กๆ พี่เป็นคนขี้เหร่มากนะ” มิสซิสพูดถึงอดีต “แต่ผู้หญิงยังสวยสมวัยได้เสมอค่ะ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่” 

เคล็ดลับการเป็นสาวใหญ่ที่มีคุณภาพ คือการมีทัศนคติที่ดี รู้จักแบ่งเวลาในแต่ละบทบาทหน้าที่ ไม่ใช่ให้น้ำหนักกับอะไรบางอย่างจนสูญเสียความเป็นตัวเองไป 

“การเป็นแม่ไม่ใช่อยู่บ้านดูแลลูกๆ แล้วก็เฉา ฉันมีลูกแล้ว ไม่จำเป็นต้องดูแลตัวเอง ไม่ต้องสนใจใคร จริงๆ เรายังมีพลังดูแลสามี ตัวเอง รวมถึงงานด้วย” 

“พี่เชื่อว่าคนที่จะรักผู้อื่นได้ ต้องรักตัวเองเป็นก่อน นั่นคือการดูแลตัวเอง ต้องรู้บทบาท เวลาเป็นแม่ก็สวยงาม วางตัวแบบแม่เพื่อลูก ยามเป็นภรรยาก็ให้นึกถึงสามีของเรา วันแรกที่เขาเจอเราเป็นแบบไหน เขาก็อยากให้เราใกล้เคียง ดูดีสมวัยไปตลอด คงไม่อยากเห็นเราปล่อยเนื้อปล่อยตัว แล้วก็อ้าว..ผู้หญิงที่ฉันปิ๊งวันแรกหายไปไหน”  

วัย 44 ปี เมื่อคอลลาเจนและระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดีเหมือนริ้วรอย สิ่งที่เธอให้ความสำคัญเป็นที่ 1 คือการออกกำลังกาย เพราะหากภายในร่างกายมีปัญหา ความงามไม่มีทางเจิดจรัสออกมาภายนอกได้ 

“พี่ออกกำลังกายไม่เสียตังค์ วิ่งสวนอย่างเดียวเลยค่ะ ขอให้ทำเป็นนิสัย แล้วเราจะรู้สึกเลยว่ามันจะกระฉับกระเฉง มีแรงในการทำงานและทำอะไรได้หลายอย่างโดยที่เราไม่ล้า”

เคล็ดลับการมองโลกในแง่ดี เริ่มต้นหลังตื่นนอน ดื่มน้ำแก้วแรก อาบน้ำ ฟังคำแนะนำและข้อคิดดีๆ ก่อนตั้งเป้าหมายและพิชิตมันในแต่ละวัน  

“พูดกับตัวเองทุกวันเลยว่า เป้าหมายของเราคืออะไร เพื่ออะไร ต้องวางแผนและทำตามแผนให้ได้ทุกวันจนเป็นนิสัย” 

มิสซิส

เกือบตาย เพราะหนี้ 10 ล้าน 

แอปเปิ้ล เกิดและโตที่กรุงเทพฯ เรียนจบระดับปริญาตรี สาขาวิทยุโทรทัศน์ คณะนิเทศศาสตร์ และระดับปริญญาโท ด้านสื่อสารประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 

ผ่านการทำงานในแวดวงเสริมความงามมาตลอด 10 ปี ด้วยประสบการณ์และเงินทุนระดับหนึ่ง เธอตัดสินใจออกไปเปิดธุรกิจสปาในวัย 37 ปี หมายมั่นปั้นมือหวังพาธุรกิจนี้เฉิดฉายเจริญรุ่งเรือง แต่ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด หลังฝืนทนได้ 4 ปี ตกเป็นหนี้สินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท 

“ทุกคนต้องผ่านวิกฤตในชีวิต โชคดีที่เราใกล้ชิดคุณพ่อคุณแม่ วันที่มีปัญหาเกือบจะคิดสั้นแล้ว แต่แม่มองออกว่าเรากำลังเศร้า วันนั้นโทรมาหาแล้วบอกว่า ห้ามทำนะ แม่รัก เราเข้าใจทันทีว่าแม่หมายถึงอะไร หลังจากนั้นก็ลุกขึ้นมาและบอกตัวเองว่ามีปัญหาก็แก้สิ ค่อยๆ ไปทีละเปลาะ และถูกจุด” 

เธอตั้งหลักพาตัวเองกลับไปเป็นลูกจ้าง สมัครงานเป็นผู้จัดการประจำสปาชื่อดังย่านสุขุมวิท พร้อมตั้งเงื่อนไขขอเงินเดือน 1 แสนบาท ซึ่งสูงกว่าที่เจ้าของกำหนดไว้ถึงเท่าตัว หากสามารถบริหารและทำยอดขายได้ตามเป้า 

“ขอเวลา 3 เดือนพิสูจน์ตัวเอง ถ้าทำได้ฉันขอเงินเดือนแสนหนึ่งนะ เจ้าของตกลง 3 เดือนนั้นเราทำงานตั้งแต่แปดโมงถึง 5 ทุ่ม ทุกวันไม่มีวันหยุด ดูแลพนักงานร่วมร้อยคน แก้ปัญหาและพัฒนา สุดท้ายเพิ่มยอดขายได้ตามเป้า จาก 4 ล้าน เป็น 10 ล้านในปีนั้น” เธอเล่าการทำงานหนักในอดีต โดยรับเงินเฉลี่ย 1.5 แสนบาทต่อเดือน มากพอจะจัดการให้หนี้สินคลี่คลายและเบาบางลง 

2 ปีหลังจากนั้นกราฟชีวิตเธอพุ่ง มีโอกาสได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในธุรกิจโรงแรม ก่อนตัดสินใจลาออกไปเรียนรู้ธุรกิจการค้าร่วมกับเพื่อนชาวไทยในประเทศลาว จนกลายเป็นอาชีพหลักในปัจจุบัน 

แอปเปิ้ล มิสซิส

คว้าโอกาสในวิกฤต-ปั้นค้าส่งพันล้าน 

แอปเปิ้ล อภิปภา เป็นประธาน บริษัท 365 อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ให้บริการจับคู่ธุรกิจและนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายแก่ผู้จัดจำหน่ายในประเทศต่างๆ รวมถึงมีร้านค้าปลีกในชื่อ 365 market ที่ เวียงจันทน์ และร้าน Tuktuk Mart ที่เตรียมเปิดตัวในอีกหลายประเทศ 

เธอมั่นใจจากข้อมูลการสำรวจว่าเพื่อนบ้านอย่าง เมียนมา เวียดนาม ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซียต้องการสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทย เนื่องจากเชื่อมั่นในฝีมือและคุณภาพ

“สินค้าไทยยังมีชื่อในเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นโอกาสในการส่งออก แม้ภาวะค่าเงินบาทแข็งทำให้เราได้กำไรลดลง แต่ก็ดีกว่าขาดทุน ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ อย่าเอาตัวเองไปโฟกัสในพาร์ตที่ไม่ดี ทุกประเทศยังมีโอกาส”

“ได้บ้าง ดีกว่าไม่ได้เลย” เธอบอก ทำงานครั้งเดียวไม่ได้รวยทันที แต่เป็นโอกาสสร้างความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจให้กับคู่ค้าเพื่อเฉิดฉายในวันเศรษฐกิจสดใส ขณะที่เป้าหมายคือ การเป็นผู้นำเข้าและส่งออกรายใหญ่ มีเม็ดเงินหมุนเวียนหลายพันล้านบาท 

“เราเชื่อว่าไปได้ไกลกว่านี้” มิสซิสชาวไทยทิ้งท้าย 

แอปเปิ้ล มิสซิส


วรรณโชค ไชยสะอาด
ผู้สื่อข่าวสังคม Voice Online
68Article
0Video
0Blog