ไม่พบผลการค้นหา
วันคล้ายวันเกิด 26 ส.ค. ของปีนี้ ถือเป็นครั้งแรกในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ไม่ได้เปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์ ให้คนเข้าอวยพรพร้อมรับ “โอวาทจากป๋า” เหมือนอย่างที่เคยเป็น เพราะต้องทำตามคำแนะนำของหมอ ที่ให้หลีกเลี่ยงการยืนรับแขกเป็นเวลานาน

ไม่มีใครรู้ว่า ในอนาคต พล.อ.เปรม จะเปิดบ้านมาให้โอวาทกับลูกๆ หลานๆ โดยเฉพาะกับคนในกองทัพ ที่ถือว่านี่เป็นหนึ่งใน “ประเพณี” สำคัญของปี อีกหรือไม่ เพราะอย่างที่รู้กันว่า ปัจจุบัน เจ้าตัวก็มีอายุถึง 98 ปีแล้ว

ที่ผ่านมา ในแต่ละปี พล.อ.เปรมจะเปิดบ้านให้โอวาทกับผู้มาเยือนหลายครั้ง บ้างกับนักเรียนจากภาคใต้ นักเรียนทุน นักกีฬาทีมชาติ ผู้แทนมูลนิธิ หรือองค์กรต่างๆ แต่ครั้งสำคัญที่สื่อมักจับตาและหยิบบางถ้อยคำของป๋าไปพาดหัวหน้าหนึ่ง ก็คือการเข้าอวยพรและรับโอวาทของ คณะรัฐมนตรี และ ผบ.เหล่าทัพ ซึ่งมักเกิดขึ้นใน 3 โอกาสของปี คือ วันสงกรานต์ วันเกิด และวันปีใหม่

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปทำ data การให้โอวาทของ พล.อ.เปรม ต่อบุคคลในตำแหน่งสำคัญเหล่านี้ พบข้อมูลน่าสนใจ เลยอยากนำมาแบ่งปันกัน

โดยตำแหน่งแล้ว “องคมนตรี” ซึ่งถือเป็น “ที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์” ควรจะวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

แต่ป๋า ก็คือป๋า ผู้เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 18 ของไทย ผู้ห่วงใยสถานการณ์ของบ้านเมืองไม่เคยขาด จึงอดไม่ได้ที่จะให้คำแนะนำบางอย่างกับผู้รับโอวาท ให้คติสอนใจ ให้ข้อคิด ให้วิธีแก้ปัญหา

และหลายครั้งก็ให้กำลังใจหนักๆ กับผู้ปฏิบัติงาน จนสื่อไปตีความว่าเป็นการ “เชียร์”

โอวาทของ พล.อ.เปรม ที่ผมหยิบมาวิเคราะห์ ทำได้แค่ 10 ปีย้อนหลัง (ระหว่างปี 2552 – 2561) เท่านั้น เพราะถ้าเก่าไปกว่านั้น จะมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ขาดตกไปบางปี

เวลาพูดถึงวาทะเด็ดๆ ของป๋า มักคิดถึง “จ็อคกี้กับม้า” ที่เจ้าตัวพูดไว้เมื่อปี 2549 ก่อน คมช.ยึดอำนาจไม่กี่เดือน แต่นั่นเป็นการให้โอวาทที่โรงเรียนนาย จปร. ไม่ใช่การเปิดบ้านสี่เสาฯ ให้อวยพรตามประเพณี

และถ้าว่ากันตามจริงแล้ว ช่วงสิบปีหลัง มีหลายครั้งที่ พล.อ.เปรมพูดได้พูดสิ่งสร้างอิมแพ็ก ไม่ต่างจากตอนพูดเรื่อง “จ็อคกี้กับม้า”

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ป๋าเปิดบ้านสี่เสาฯ ให้ ครม.และ ผบ.เหล่าทัพ เข้าอวยพรวันสงกรานต์ วันเกิด และวันปีใหม่ รวม 24 ครั้ง แต่มีเพียง 20 ครั้ง ที่ให้สื่อเข้า

โครงสร้างคำให้โอวาทของป๋า ทุกๆ ครั้ง มักจะเอ่ยคำขอบคุณ ที่ยังไม่ลืมกัน

จากนั้น พล.อ.เปรมมักพูดให้ผู้ฟังฮึกเหิมว่าตัวเองกำลังที่สิ่งใหญ่ (95% ของจำนวนครั้งที่มีการให้โอวาท) เช่น ทำเพื่อชาติ ดูแลบ้านเมือง แทนคุณแผ่นดิน ฯลฯ ก่อนจะแสดงจุดยืนส่วนตัวบางอย่าง (60%) เช่น คนไทยคงภูมิใจสิ่งที่นายกฯทำ เมื่อเกิดวิกฤตทหารต้องช่วยดูแลบ้านเมือง ผมมั่นใจในตัว ผบ.เหล่าทัพ มั่นใจในตัวคุณป้อม ฯลฯ ต่อด้วยการเน้นย้ำให้ในกองทัพสามัคคีกันทำงาน (55%) แล้วจะอ้างถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย (50%) เช่น พระสยามเทวาธิราช บารมีของในหลวง-ราชินี ฯลฯ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการบอกว่า ตนเป็นพวกเดียวกับกองทัพเสมอ (40%) เช่น ถอดความเป็นทหารไม่ได้ ปรารถนาดีกับกองทัพจนตาย ฯลฯ

นี่คือโครงสร้างการพูดของ พล.อ.เปรมที่เป็น pattern เท่าที่ได้สัมผัส จากการถอดสิ่งที่เจ้าตัวพูดในทศวรรษหลัง

หลายๆ คนมักคิดว่า โอวาทครั้งที่พูดถึง “กองหนุนตู่หมดแล้ว” จะเป็นครั้งสำคัญที่สุดในยุค คสช. แต่แท้จริงมีอีกครั้งสำคัญกว่า และเกิดขึ้นหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ได้ฟอร์มรัฐบาลเสร็จสิ้นแล้ว นั่นคือในโอกาสวันปีใหม่ของปี 2557 ที่ พล.อ.เปรมได้พูดแสดงความในใจอย่างเต็มที่ แบบที่แทบไม่เคยมีมาก่อน (และไมได้ใช้วิธีเปรียบเปรยแบบครั้ง “จ็อคกี้กับม้า”)

คราวนั้น นอกจากคำพูดชื่นชม การยึดอำนาจของ คสช.เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ โดยใช้คำว่า “ทำเพื่อประเทศชาติ” “ดูแลบ้านเมือง”(ย้ำ 3 ครั้ง) “ตอบแทนชาติบ้านเมือง” “ช่วยชาติ” “นำความสงบมาให้คนไทยทั้งปวง” และ “ไม่มีวันทอดทิ้งประเทศชาติ”

 รัฐบุรุษรายนี้ ยังได้แสดงจุดยืนที่น่าสนใจบางอย่าง เช่น

"คนในชาติคงมีความภูมิใจมาก ที่นายกฯ ยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลที่แล้ว ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่ต้องหันหน้าเข้าหากันอย่างไม่เป็นมิตร”

 

“พวกเราควรภูมิใจที่ได้ทำสิ่งเหล่านั้น ในวันที่ 22 พ.ค. เป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่”

 

"คนไทยส่วนใหญ่คงเห็นด้วยและภูมิใจในการกระทำของนายกฯ”

 

“เมื่อไรบ้านเมืองมีวิกฤติ ทหารต้องดูแลชาติบ้านเมืองให้ดีที่สุด เพื่อความสงบ วันนี้นายกฯ ทำงาน อยากให้คนไทยมองว่าเป็นหน้าที่พวกเราโดยตรง และให้ความร่วมมือกับนายกฯ”


นี่คือตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่ “ซ่อน” อยู่ในโอวาทของป๋า (ซึ่งเอาเข้าจริง ระยะหลังๆ สารที่ พล.อ.เปรมต้องการจะสื่อ ดูจะมีลักษณะตรงไปตรงมามากขึ้น จนแทบจะเรียกว่าซ่อน ไม่ได้ด้วยซ้ำ)

ไม่รวมถึง data อื่นๆ ที่เป็นกิมมิกสนุกๆ เช่น สิบปีหลัง ในงานเปิดบ้านให้คนเข้าอวยพรและให้โอวาท พล.อ.เปรมใส่เสื้อผ้าถึง 10 สี แต่สีที่ใส่บ่อยครั้งสุด ก็คือสีเหลืองกับสีส้ม หรือบางครั้งเจ้าตัวก็มักให้ของฝากกับผู้ที่เข้าอวยพร บ้างเป็นหนังสือธรรมะ หนังสือสวดมนต์ หรือซีดี แต่มีอดีตนายกฯคนหนึ่ง ได้รับของฝากเป็นเน็กไท ที่หน้าซองเขียนข้อความว่า “เกิดมาต้องแทนคุณแผ่นดิน” กลับไป เป็นต้น

ปีหน้า พล.อ.เปรมก็จะมีอายุ 99 ปีแล้ว จะมีโอกาสเปิดบ้านให้โอวาทดีๆ อะไรอีกหรือไม่ ต้องรอติดตามกันต่อไป


พงศ์ บัญชา
0Article
0Video
0Blog