ไม่พบผลการค้นหา
บริษัทค้าปลีก AEON ของญี่ปุ่นเตรียมทุ่มเงิน 180 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างห้างสรรพสินค้า AEON แห่งแรกในเมียนมา คาดว่าจะเริ่มสร้างในปี 2564

ธุรกิจค้าปลีกเครือ AEON ของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าจะสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ 5 ชั้น ในนครย่างกุ้ง ของเมียนมา บนเนื้อที่ 1.2 ล้านตารางฟุต (ราว 111,000 ตารางเมตร) ขับรถจากใจกลางย่างกุ้งออกมาเพียง 30 นาที หลังจากที่รัฐบาลเมียนมาอนุญาตการลงทุนของ AEON เมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

AEON เปิดเผยว่า นี่เป็นการร่วมลงทุนระหว่าง AEON กับชเวตองกรุ๊ป เครือยักษ์ใหญ่ในเมียนมา โดยการก่อสร้างน่าจะเริ่มขึ้นภายในครึ่งปีแรกของปี 2564 พร้อมตั้งเป้าว่าจะเปิดให้บริการในปี 2566 ถือเป็นห้างแรกของ AEON ในเมียนมา และสำนักข่าวอิระวดีกล่าวว่า ห้างนี้จะเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในเมียนมาด้วย

AEON กลายเป็นผู้นำกลุ่มค้าปลีกทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยก่อนหน้านี้ AEON ได้เข้าไปเปิดสาขาในกัมพูชาแล้ว 2 สาขา และเพิ่งตัดสินใจว่าจะเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา และความประสบสำเร็จในกัมพูชา ทำให้ AEON ตัดสินใจเข้าไปลงทุนในเมียนมา เพื่อ “ครองตลาดที่ไม่มีคู่แข่ง”

ด้านชเวตองเรียลเอสเตทก็ออกแถลงการณ์ว่า ชเวตองตื่นเต้นที่จะได้ร่วมลงทุนกับ AEON เพื่อนำแนวคิดการค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ที่สดใหม่และมีนวัตกรรมมาสู่เมียนมา 

ชเวตองเป็นเครือธุรกิจยักษ์ใหญ่ในเมียนมา ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เป็นเจ้าของศูนย์การค้า 6 แห่งมาตั้งแต่ปี 2543 ในจำนวนนี้ คือ คอมเพล็กซ์การค้า ‘จังก์ชันซิตี้’ ในใจกลางนครย่างกุ้ง นอกจากนี้ ชเวตองกรุ๊ปก็เป็นพันธมิตรกับธุรกิจต่างชาติมาก่อนแล้ว รวมถึง Tokio Marine, Nichido Fire Insurance และ Nippon Life Insurance

เมื่แปี 2561 รัฐบาลเมียนมาได้ปฏิรูปกฎเกณฑ์ เพื่ออนุญาตให้บริษัทต่างชาติเข้าไปทำธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งได้ แลกกับเงินลงทุนภายในเมียนมา ทำให้ธุรกิจค้าปลีกจากหลายประเทศเข้าไปลงทุน รวมถึงเครือเจริญโภคภัณฑ์ก็เข้าไปเปิด แม็คโครเมียนมา ในนครย่างกุ้งเมื่อเม.ย.ที่ผ่านมา

ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของ AEON โดยห้าง 5 สาขาในเวียดนาม 2 สาขาในกัมพูชา และ 2 สาขาในอินโดนีเซีย สร้างกำไรให้ AEON ราว 34,700 ล้านเยน (10,161 ล้านบาท) ในช่วง 1 ปีจนถึงก.พ.ที่ผ่านมา คิดเป็น 15% ของกำไรทั้งหมด มากกว่ากำไรที่ได้จากจีนที่ 9,000 ล้านเยน (2,673 ล้านบาท)

เมียนมาเซอร์เวย์รีเสิร์ช กลุ่มวิจัยในเมียนมาระบุว่า ปัจจุบัน การค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์การค้า คิดเป็น 10-20% ของธุรกิจค้าปลีกทั้งหมด โดยศูนย์การค้าเหล่านี้เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่และครอบครัวที่ต้องการที่พักผ่อนและบริการด้านบันเทิง

ที่มา : Nikkei, Myanmar Times, Irrawadday